#51 2007-01-22 07:49:04

ZunderZa
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 392

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เหอๆ   พลาด ไป คร๊าบ ท่าน geminus o063


Acc  l RII Lv. 50
ข้อมูล : come form star wars

กลับมาเล่น อีกครั้ง และ อีกครั้ง

Offline

 

#52 2007-01-22 08:33:40

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

EP:09 บนฟากฟ้าที่แสนไกล

ปัง!! เสียงสะท้อนก้องไปทั่วห้อง กระสุนสังหารหมุนควงแหวกอากาศ เจาะทะลุผิวหนังของเด็กหนุ่มตรงดิ่งไปที่หัวใจ มันทะลวงออกอีกข้างอย่างไม่ยากเย็น...หยดเลือดแดงฉานพวยพุ่งออกจากอกด้านซ้ายของเขา...

ทุกสิ่งพลันมืดลงในฉับพลัน!!.. เรี่ยวแรงค่อยๆหายไป..เสียงสุดท้ายที่ยังก้องอยู่ในหัว.. ห้วงความทรงจำที่แสนเลือนลางแต่หนาวเหน็บไปทั้งหัวใจ... "ไอ้เด็กปีศาจ!!..ไอ้เด็กปีศาจ..ไอ้เด็กปีศาจ!!"

"..ข้าไม่ใช่ปีศาจนะ!!...ข้าไม่ใช่ปีศาจจ"

ภาพเด็กผู้ชายตัวเล็กจิ๋วผมสีแดงเพลิงหอบหิ้วขนมปังเอาไว้แนบตัว ถูกห้อมล้อมด้วยเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน

"แกมันเด็กปีศาจ ใช่ปีศาจแน่ๆ" เด็กที่ห้อมล้อม ต่างเอาก้อนหินขว้างปาใส่เด็กปีศาจอย่างไม่ยั้งมือ..

"หยุดนะ!!" เด็กชายผมแดงได้แต่เอามือเล็กๆยกขึ้นกันที่หัวไว้และวิ่งหนีไป...  เลือดอุ่นๆเริ่มไหลออกจากหัวของเขา แต่ไม่มีแม้น้ำตาซักหยาด..ให้เห็นจากใบหน้าเปรอะเปรื้อนนี้

เด็กชายผมแดงวิ่งหนีเข้าไปในตรอกเล็กๆข้างถนนในตลาดตามสัญชาติญาณเอาตัวรอด.. และได้ผลเหล่าเด็กอันธพาลวิ่งเลยไปโดยไม่ทันสังเกตเห็นเขา เมื่อแน่ใจว่ากลุ่มเด็กอันธพาลไปแล้ว เด็กชายรีบวิ่งกลับบ้านทันที
บ้านที่แม้จะเล็กและแคบแต่ก็แสนอบอุ่น เพราะมีคนที่เขารักมากที่สุดรอคอยอยู่

"ยาย..ยายจ๋า ดูสิยายหนูไปช่วยงานที่ร้านลุงสมัฟมา ได้ขนมปังมาเยอะแยะเลย" เด็กชายยื่นขนมปังยาวๆก้อนหนึ่งให้ยายของเขาดูอย่างดีใจ

"โอ้..เก่งมากจ้ะ..หลา..หลาน ยาย แค่ก แค่ก" ยายผู้เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก แต่บัดนี้ด้วยความชราภาพมากแล้ว สุขภาพของยายจึงไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน หน้าที่หาอาหารมาประทังสองชีวิตจึงต้องเป็นของเด็กชายวัยเพียงสิบขวบ แต่เขาไม่เคยย่อท้อหรือบ่นในความเหนื่อยยากนั้นเลย แต่กลับภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือยายที่เขารักได้

"ยายจ๋า..ทำไมยายไอเป็นเลือดอีกแล้ว อาการกำเริบหรือจ้ะ"

"ยายไม่เป็นอะไรหรอก..แค่ก แค่ก.. ว่าแต่เจ้าเถอะ ไหนดูซิ.. โอ้ยตายจริง เจอเขารังแกมาอีกแล้วสิเนี่ย แค่ก.แค่ก เดี๋ยวยายทำแผลให้นะ"

"แหะๆไม่เป็นไรหรอกจ้ะ หนูชินแล้วเดี๋ยวหนูทำเองแหละ ยาย..กินขนมปังแล้วพักผ่อนเยอะๆนะ เดี๋ยวหนูกลับมา.."

"อ้าวจะไปไหนอีกล่ะ Rouge..แค่กแค่ก"

แต่เด็กชาย Rouge วิ่งไปไกลเสียแล้ว......วันนี้เขาเก็บเงินได้มากพอที่จะเป็นค่ายารักษาให้กับยายได้แล้ว เด็กชายกำถุงใส่เศษเงินที่เขาใช้แรงกายแลกมาอย่างเหน็ดเหนื่อย วิ่งตรงไปที่ตลาดเพื่อจะซื้อยาที่ร้านขายยาในตัวเมือง

แม้จะถูกรังเกียจจากชาวบ้านร้านช่องอยู่ไม่น้อย แต่ก็มีอยู่ไม่กี่คนที่คอยช่วยเหลือและเมตตากับเด็กชายตัวน้อย นอกจากลุงสมัฟเจ้าของร้านขนมปังที่ให้เขาได้ทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงยายแล้ว ยังมีหมอสเตฟานอีกคนที่ให้ยากับยายเขาของบ่อยๆโดยไม่คิดเงิน

"สวัสดีฮะคุณหมอStefan ผมมาซื้อยาให้ยายฮะ" เด็กชายตัวเล็ก ผมเผ้ายุ่งเหยิง ชุดที่เขาใส่มีรอยประดูมอมแมมทั่วทั้งตัว เอ่ยทักทายคุณหมอ

"อ้าวว่ายังไง Rouge เอ๋หัวแตกอีกแล้วหรอ มาเดี๋ยวหมอจะทำแผลให้ก่อนนะ" คุณหมอหนุ่มใจดี รีบเอายาล้างแผลพร้อมผ้าพันแผลมาจัดเตรียม
แม้ว่า Rouge จะเป็นเด็กประหลาดที่บางคนหาว่าเขาเป็นลูกปีศาจเนื่องจากไม่มีพ่อแม่ตั้งแต่เล็กๆ แต่ในสายตาของหมอStefan แล้ว Rouge เป็นเด็กที่น่าชื่นชมมาก เพราะทั้งมีน้ำใจต่อผู้อื่นและยังกตัญญูอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ที่ใกล้ชิดด้วยจะรู้สึกเอ็นดูเป็นพิเศษ

"เอ้าเสร็จแล้ว ทีหลังก็สู้เขามั่งสิอย่าให้โดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว" คุณหมอStefan เอ่ยแกมหยอกแล้วกระพริบตาให้กำลังใจแก่เด็กน้อย

"คือผมไม่ชอบทำร้ายใครฮะ คุณยายสอนว่าเราเจ็บได้ เขาก้อเจ็บได้เช่นกัน" เด็กชาย Rouge กล่าวด้วยน้ำเสียงแจ่มใส

"เฮ้อเธอนี่จริงๆเลยน้าา..เอ้านี่จ้ะยาของคุณยาย เดี๋ยวพรุ่งนี้หมอจะไปเยี่ยมยายของเธอหน่อยนะว่าอาการเป็นยังไงบ้างแล้ว" หมอสเตฟานกล่าวพร้อมยื่นถุงใส่ยาให้กับเด็กชาย

"ขอบคุณมากฮะ" เด็กชายยื่นเงินให้เป็นค่ายาแล้วรีบวิ่งกลับบ้านด้วยความดีใจ

แต่...

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า บ้านน้อยหลังเล็กๆที่แสนอบอุ่นบัดนี้ มันกลับลุกโชติด้วยเปลวเพลิงที่กำลังเผาพลาญทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้า

"ยายยย!!!" Rouge ทิ้งถุงยาแล้วรีบวิ่งเข้าไปหายาย ที่นอนอยู่กับพื้นดิน เบื้องหน้าเขา

"มม.มันน..เจ้าพวกค.คนของเจ้าเมือง มันนเผาบ้าน ไล่ที่พวกเราแล้ว แค่กแค่กแค่ก" ยายเอ่ยทั้งน้ำตาคลอและกระอักเป็นเลือดเนื่องจากโรครุมเร้าอีกทั้งร่างกายที่ช้ำในเนื่องจากถูกกลุ่มอันธพาลทำร้าย

"Rouge ยา..ยายย คงจะ อ.อยู่ กับ.บ จเจ้า ไม่ได้แล้ว หลานต้องสัญญากับยายย กก่อนนะ วว่า ไม่ว่า อะไรจจะเกิดด ขึ้น หหลานต้องเป็นคคนดี สสัญญาสิ" คุณยายเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ เพราะรู้ตัวดีว่ากำลังจะถึงวาระสุดท้ายในไม่ช้า

"ไม่ยาย!! ยายต้องอยู่กับหนูนะ!!! ยายห้ามไปไหนทั้งนั้น!!" Rouge ตะโกนลั่นทั้งเจ็บแค้นทั้งเสียใจอย่างสุดที่จะพรรณาได้

"นี่คือ สสิ่งสุดท้ายที่มแม่ของเจ้าทิ้งไว้ให้ รับไว้สิ" คุณยายผู้อ่อนแรงถอดแหวนวงหนึ่งที่ใส่ประจำไว้ที่นิ้วมือให้กับหลานรัก
"ยยายรักเจ้านะ รักมากมากก ยยายไม่ดได้ไป ไหนหหรอก จะออยู่ดูเจ้าจากบนฟฟากฟ้านะ...หหลานรัก......"สิ้นเสียง ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหยุดลง ร่างไร้วิญญาณนอนสงบนิ่ง

ฝนเทลงมาเหมือนฟ้าจะร้องไห้ให้กับการจากไปอย่างสุดซึ้ง Rouge นั่งนิ่งกอดร่างไร้วิญญาณของยายไว้ น้ำตารินออกมาอย่างพรั่งพรูแข่งกับสายฝน
เย็นเยือกไปถึงวิญญาณ

"ไม่มมมมมม!!!!!!!! ยายจ๋าาาาาา!!!" Rouge ตะโกนลั่น

บัดนี้เขาคงกำลังจะได้พบยายอันเป็นที่รักในไม่ช้า ยายคงกำลังอยู่กับพ่อและแม่ของเขา และยิ้มให้บนฟากฟ้าเพื่อต้อนรับการมาของหลานรัก..

Last edited by myperception (2007-02-05 22:34:12)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#53 2007-01-22 08:38:55

ZunderZa
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 392

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เยี่ยมเลย ครับ เล่นเกมไม่ได้ ได้ อ่าน นิยาย ก็ยังดี   

พยายามเข้านะครับ เป็นกะลังใจ ให้ เสมอ รักนะ จุ๊บๆ o063


Acc  l RII Lv. 50
ข้อมูล : come form star wars

กลับมาเล่น อีกครั้ง และ อีกครั้ง

Offline

 

#54 2007-01-22 08:42:20

isenheart
สมาชิก
Registered: 2006-09-24
Posts: 633

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ZunderZa wrote:

เยี่ยมเลย ครับ เล่นเกมไม่ได้ ได้ อ่าน นิยาย ก็ยังดี   

พยายามเข้านะครับ เป็นกะลังใจ ให้ เสมอ รักนะ จุ๊บๆ o063

ขนาดมีลูก มีภรรยาแล้ว ยังมิวายหลีหนุ่มอื่น.... หยึ๋ย น่ากลัวจริงๆ o042


http://www.khonshop.com/images/webboard/20070117130012.jpg
รับปรึกษาปัญหาค่าหน่วยกิต สำหรับสาวๆ
อยู่ก็เป็นชาว Loli ตายก็เป็นผี Loli เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ Lolicon Union.

Offline

 

#55 2007-01-22 08:46:34

ZunderZa
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 392

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

isenheart wrote:

ZunderZa wrote:

เยี่ยมเลย ครับ เล่นเกมไม่ได้ ได้ อ่าน นิยาย ก็ยังดี   

พยายามเข้านะครับ เป็นกะลังใจ ให้ เสมอ รักนะ จุ๊บๆ o063

ขนาดมีลูก มีภรรยาแล้ว ยังมิวายหลีหนุ่มอื่น.... หยึ๋ย น่ากลัวจริงๆ o042

มีเมีย ไว้บังหน้า ไม่ให้ สังคมด่าว่า ครับ ท่าน isenheart

รึ ท่าน แอบ หึง เนี่ย เหอๆ


Acc  l RII Lv. 50
ข้อมูล : come form star wars

กลับมาเล่น อีกครั้ง และ อีกครั้ง

Offline

 

#56 2007-01-22 11:46:39

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

โห เซฟข้อความไว้ส่งไปให้ที่บ้านดีไม๊นี่ เผื่อมีคนหีวแตก อิอิ


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

#57 2007-01-22 12:06:41

KookGo
สมาชิก
From: What time is it now**2PM**
Registered: 2006-10-09
Posts: 307

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

อ่านficสุดซึ้งกำลังอินได้ที่.....

แต่มาอ่านโพส  เจอข้อความสุดสยอง~~~
ตาRIIนี่ น่ากลัวจริงๆ บรึ๋ยยยย  o012


http://i149.photobucket.com/albums/s71/KookGo/123copy.jpg

Offline

 

#58 2007-01-22 12:10:10

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
o014 EP09 เป็นตอนที่เศร้ามากๆ เลยสำหรับผมนะครับ ฮือๆๆๆๆ
o045 สู่สุขติเถิด Rouge

Offline

 

#59 2007-01-22 14:37:08

ittirit600
Banned
From: กากเทพ
Registered: 2006-10-19
Posts: 1452
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เหอๆ  กำลัง ซึ้งกับ fic เจอกระทู้ Y ซะหมดเลย o065


เสนาธิการ อิท ยศ กากเทพ ผู้ทรงคุณวุฒิ ค.ม.ช (คณะ...มนแห่งชาติ)
เกลียดพวกปากหมาจ้องกัด จ้องด่าชาวบ้านไปทั่ว คิดว่าตัวเองดีเหลือเกิน โถ ไอ้สาดดดดด
web portfolio : www.pejstudio.com

Offline

 

#60 2007-01-22 14:43:31

ZunderZa
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 392

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เหอๆ อย่าคิดมากครับ

การปรับตัวให้เข้ากลับคนอื่นได้แสดงว่า คนมีสิทธิ์ อยู่รอดในสังคมสูง(เหมือนแมงสาบอ่ะ มันยังรอดมาเป็น ล้านๆ ปี )

เพราะฉะนั้น ใคร Y ผม Y ด้วย ใคร N ผม ขอไม่ N ด้วยได้ มะ  o063


Acc  l RII Lv. 50
ข้อมูล : come form star wars

กลับมาเล่น อีกครั้ง และ อีกครั้ง

Offline

 

#61 2007-01-22 14:45:55

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เอ่อ..o065
RII น่ากลัวมากกo012

Last edited by myperception (2007-01-22 14:46:47)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#62 2007-01-22 14:46:30

isenheart
สมาชิก
Registered: 2006-09-24
Posts: 633

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ZunderZa wrote:

isenheart wrote:

ZunderZa wrote:

เยี่ยมเลย ครับ เล่นเกมไม่ได้ ได้ อ่าน นิยาย ก็ยังดี   

พยายามเข้านะครับ เป็นกะลังใจ ให้ เสมอ รักนะ จุ๊บๆ o063

ขนาดมีลูก มีภรรยาแล้ว ยังมิวายหลีหนุ่มอื่น.... หยึ๋ย น่ากลัวจริงๆ o042

มีเมีย ไว้บังหน้า ไม่ให้ สังคมด่าว่า ครับ ท่าน isenheart

รึ ท่าน แอบ หึง เนี่ย เหอๆ

เหอ เหอ เรามี linz แล้ว จาไปหึงทำมายยยยยยยย linz จ๋า คิดถึงน๊า จุ๊บๆ  o020


http://www.khonshop.com/images/webboard/20070117130012.jpg
รับปรึกษาปัญหาค่าหน่วยกิต สำหรับสาวๆ
อยู่ก็เป็นชาว Loli ตายก็เป็นผี Loli เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ Lolicon Union.

Offline

 

#63 2007-01-22 14:49:20

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
ซึ้งใน Fic มากเลยครับ คนดีๆ อย่าง Rouge ต้องมาจากเราไปซะแล้ว o005
อ่าน Doujin Yaoi ปลอบใจดีกว่า o028
ทำใจได้แล้วเดี๋ยวมาอ่าน Fic ต่อ สนุกมากเลยครับ

Last edited by Stormtroper (2007-01-22 14:50:16)

Offline

 

#64 2007-01-22 15:02:47

ZunderZa
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 392

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เหอๆ ไม่ได้เล่น เกม แต่มาโพสกระทู้    ทำให้ เราต่างเผ่าพันธุ์ รักใคร่กลมเกลียวกันดีจริงๆ


Acc  l RII Lv. 50
ข้อมูล : come form star wars

กลับมาเล่น อีกครั้ง และ อีกครั้ง

Offline

 

#65 2007-01-22 19:03:43

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ZunderZa wrote:

เหอๆ ไม่ได้เล่น เกม แต่มาโพสกระทู้    ทำให้ เราต่างเผ่าพันธุ์ รักใคร่กลมเกลียวกันดีจริงๆ

สมานสามัคคีกันสุดๆเลยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปั๊ม rep หน่ะนะ


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

#66 2007-01-22 19:08:23

isenheart
สมาชิก
Registered: 2006-09-24
Posts: 633

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

พอเกมเปิดก็ไปทะเลาะกันในเกมต่อเวลาโดนตบตาย 55555


http://www.khonshop.com/images/webboard/20070117130012.jpg
รับปรึกษาปัญหาค่าหน่วยกิต สำหรับสาวๆ
อยู่ก็เป็นชาว Loli ตายก็เป็นผี Loli เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ Lolicon Union.

Offline

 

#67 2007-01-22 22:11:57

ZunderZa
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 392

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

isenheart wrote:

พอเกมเปิดก็ไปทะเลาะกันในเกมต่อเวลาโดนตบตาย 55555

ซึ่ง RII โดน ประจำ


Bell : all atk RII

Cora : RII ma lew woi  all lay  (ภาษา คาราโอเกะ  แปลว่า สุดหล่อ RII มาแระ ซัดมันคนเด่ว คนอื่นชั่งมัน)


2-3 วิ RII ลงไปนอน ร้องว่า  "  ya room di  room kor non di "  ( แปลว่า อย่า รุม คน ต่อแถวกัน RII จะ นอนรอ ให้ Y )


Acc  l RII Lv. 50
ข้อมูล : come form star wars

กลับมาเล่น อีกครั้ง และ อีกครั้ง

Offline

 

#68 2007-01-23 08:23:18

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
แตกต่าง แต่ ไม่แตกแยกครับ o001

Offline

 

#69 2007-01-23 08:25:24

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ZunderZa wrote:

isenheart wrote:

พอเกมเปิดก็ไปทะเลาะกันในเกมต่อเวลาโดนตบตาย 55555

ซึ่ง RII โดน ประจำ


Bell : all atk RII

Cora : RII ma lew woi  all lay  (ภาษา คาราโอเกะ  แปลว่า สุดหล่อ RII มาแระ ซัดมันคนเด่ว คนอื่นชั่งมัน)


2-3 วิ RII ลงไปนอน ร้องว่า  "  ya room di  room kor non di "  ( แปลว่า อย่า รุม คน ต่อแถวกัน RII จะ นอนรอ ให้ Y )

สวัสดีครับ
อื๋ย!!!..............หยดหยอง!!!... o007

Offline

 

#70 2007-01-23 08:39:33

isenheart
สมาชิก
Registered: 2006-09-24
Posts: 633

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

Stormtroper wrote:

สวัสดีครับ
แตกต่าง แต่ ไม่แตกแยกครับ o001

หัวแตก แต่ไม่แตกแต๋ว  o007


http://www.khonshop.com/images/webboard/20070117130012.jpg
รับปรึกษาปัญหาค่าหน่วยกิต สำหรับสาวๆ
อยู่ก็เป็นชาว Loli ตายก็เป็นผี Loli เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ Lolicon Union.

Offline

 

#71 2007-01-23 08:43:27

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
แป่ว.............. o064
หยดหยอง อิอิ

Offline

 

#72 2007-01-23 09:16:31

silverhite
สมาชิก
Registered: 2006-12-28
Posts: 15

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

หวัดดีคับ อ่านสนุกมากเลยคับ o068

อ่านที่โพสตอบกันมาแล้วก็รู้สึกเหมือนมี fic Y แถมมาด้วยเลย สยอง o042

Offline

 

#73 2007-01-23 18:23:53

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ZunderZa wrote:

isenheart wrote:

พอเกมเปิดก็ไปทะเลาะกันในเกมต่อเวลาโดนตบตาย 55555

ซึ่ง RII โดน ประจำ


Bell : all atk RII

Cora : RII ma lew woi  all lay  (ภาษา คาราโอเกะ  แปลว่า สุดหล่อ RII มาแระ ซัดมันคนเด่ว คนอื่นชั่งมัน)


2-3 วิ RII ลงไปนอน ร้องว่า  "  ya room di  room kor non di "  ( แปลว่า อย่า รุม คน ต่อแถวกัน RII จะ นอนรอ ให้ Y )

แหม แต่ไหง๋เจอ RII ทุกทีหนูได้วาปฟรีทุกทีเลยละเจ้าคะคุณพ่อ


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

#74 2007-01-24 18:18:59

modkid
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 375

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

กลัวเน่หลงทางกลับ hq ไม่ถูกไงเลยพาไปส่ง


Non mihi, non tibi, sed nobis
Name : MoDKiD
Race : Cora

Offline

 

#75 2007-01-24 18:41:00

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

modkid wrote:

กลัวเน่หลงทางกลับ hq ไม่ถูกไงเลยพาไปส่ง

มดก็ลองส่งกลับบ้านด้วยวิธีนี้สิ หึหึ o016


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

#76 2007-01-24 18:44:40

modkid
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 375

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ไม่ได้มดต้องเดินไปส่ง อิอิ


Non mihi, non tibi, sed nobis
Name : MoDKiD
Race : Cora

Offline

 

#77 2007-01-30 15:58:26

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
เหตุการณ์ตึงเครียดที่ผ่านมาคงไม่ทำให้พี่หยุดเขียน Fic นะครับ กำลังรอตอนต่อไปอยู่นะครับ ขอเอาใจช่วยด้วยนะครับ o040

Offline

 

#78 2007-01-30 17:22:22

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เซิฟเปิดปกติคงอัพช้าแหงๆๆละจ๊ะ เข้าไปเล่นไงมะค่อยว่าง อิอิ


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

#79 2007-01-30 20:52:04

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

จะพยายามอัพให้ได้อาทิตย์ละครั้งจ้าตอนสถารการณ์ตรึงเครียดไม่มีเวลาอิอิ ตอนใหม่มาเร็วนี้แหละพลอทเรื่องมันผลุดมาในสมองเต็มไปหมดละต้องรีบระบาย lol


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#80 2007-01-30 22:55:23

KookGo
สมาชิก
From: What time is it now**2PM**
Registered: 2006-10-09
Posts: 307

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เห็นชื่อmyperception รีบเข้ามา
นึกว่าจะอัพตอนใหม่
รอต่อไป ด้วยใจจดจ่อ...


http://i149.photobucket.com/albums/s71/KookGo/123copy.jpg

Offline

 

#81 2007-01-31 11:14:44

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
ลุ้นตอนต่อไป o040

Offline

 

#82 2007-01-31 13:03:00

ittirit600
Banned
From: กากเทพ
Registered: 2006-10-19
Posts: 1452
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

กระทู้ Y ดักเพียบ  o047


เสนาธิการ อิท ยศ กากเทพ ผู้ทรงคุณวุฒิ ค.ม.ช (คณะ...มนแห่งชาติ)
เกลียดพวกปากหมาจ้องกัด จ้องด่าชาวบ้านไปทั่ว คิดว่าตัวเองดีเหลือเกิน โถ ไอ้สาดดดดด
web portfolio : www.pejstudio.com

Offline

 

#83 2007-02-05 22:31:03

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

EP:10 พบกันอีกครั้ง

เด็กหนุ่มค่อยๆคลี่เปลือกตาอย่างช้าๆ แสงขาวนวลจากหลอดไฟบนเพดานแยงเข้าตา จนเขาต้องรีบหลุบตาลงอีกครั้ง ก่อนจะยีตาสู้แสงอีกครั้ง ภาพค่อยๆชัดขึ้นอย่างช้าๆ   เขานอนอยู่ใน ห้องที่ถูกทาด้วยสีขาวทั้งหมด ปราศจากเครื่องตกแต่งและเฟอนิเจอร์ใดๆทั้งสิ้น ภายในมีเพียงเตียงโลหะสีเงินยวงที่เด็กหนุ่มนอนอยู่กับโต๊โลหะข้างๆหัวเตียงเท่านั้น

Rouge พยายามขยับตัวแต่ปรากฏว่า เกิดเจ็บแปลบปวดร้าวไปทั้งร่างกายโดยเฉพาะบริเวณอกซ้าย ที่มีผ้าพันแผลเปื้อนรอยเลือดพันทับไว้อยู่

แอ๊ดด.. เสียงประตูห้องเปิดออกพร้อมชายร่างสูงโปร่งและหญิงสาวที่ถือคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กในมือ ทั้งคู่ใส่ชุดสีขาว เหมือนชุดของแพทย์และพยาบาล

"ฟื้นแล้วหรอ..เธออาจจะรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวและเจ็บบริเวณอกซ้ายหน่อยนะ แต่รอดมาได้ก็นับว่าปาฏิหารย์จริงๆ" ชายในชุดคลุมยาวสีขาวเอ่ยถามพร้อมส่งยิ้มให้เด็กหนุ่ม

"ค.คุณ.หมอ Stefan !! ช..ใช่จริงๆด้วย ทำไมถึง โอ้ย.." Rouge ทักด้วยความดีใจจนลืมตัวพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายไม่เต็มใจเพราะปวดแปล้บจนขยับไม่ไหว

"อ้าว อย่าพึ่งขยับสิ ร่างกายเธอมันบอบช้ำมากเกินไปแล้วนะ"
"เรื่องมันยาวอย่าพึ่งถามอะไรมากเลย..เอาเป็นว่าเธอพักผ่อนมากๆก่อนก้อแล้วกัน ร่างกายเธอยังไม่แข็งแรง ยิ่งพึ่งผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจมาด้วย.." หมอสเตฟานตอบพร้อมส่งยิ้มให้เหมือนเคย

"ผ่าตัด!?? เปลี่ยนหัวใจ!?!! " เด็กหนุ่มอุทานอย่างมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น

"อืมม ใช่แล้วเพราะเธอถูกยิงที่หัวใจ ถ้ากระสุนเฉียดไปอีกนิดเดียวมีหวังเธอได้ไปคุยกับยมบาลแทนหมอแล้วล่ะ ฮ่ะๆ"
"แต่ก็นับว่าโชคยังเข้าข้างเธอนอกจากกระสุนยังเฉี่ยวหัวใจแล้วแต่มันก็ทำให้เธอตายได้หากช้าไปกว่านี้อีกนิดและไม่มีผู้บริจาคหัวใจให้เธอ"
หมอ Stefan กล่าวเรียบๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"นี่ ไม่..ใช่ หัวใจของผมหรอครับ..แล้วใครคือคนที่ช่วยชีวิตผมไว้ แล้วบริจาคหัวใจล่ะครับ" Rouge เอ่ยอย่างสนใจใคร่รู้ พลันรู้สึกหัวใจเต้นเบาๆเหมือนจะตอบคำถามเขา

"คุณหมอคะ..เรามีคนไข้ที่ต้องไปตรวจอีกนะคะเกรงว่า.." พยาบาลสาวเอ่ยตัดบท
"อ้อใช่ ขอโทษทีพอดีไม่ได้คุยกับเพื่อนเก่านานไปหน่อย แหมเสียดายจริง เดี๋ยวหมอขอตัวก่อนนะ Rouge แล้วจะแว่บมาคุยด้วยใหม่ คำถามของเธอเดี๋ยวคงมีคนมาตอบให้เองแหละ" ว่าเสร็จคุณหมอและพยาบาลก็ลุกเดินออกจากห้องไป

"อ้าวคุณหมอ..เดี๋ยวก่อนสิ" Rouge เอ่ยท้วง
แต่คุณหมอก็เดินลับไปเสียแล้ว แต่กลับมีเสียงๆหนึ่งตอบกลับมาแทน

"อ้าวไอ้หนูฟื้นแล้วรึ สงสัยยมบาลจะเกลียดนายแหะตายยากจริงๆ ฮ่าๆๆ" เจ้าของเสียงคุ้นหูเอ่ยในขณะที่สืบเท้าเข้ามาพร้อม ชายหนุ่มรูปร่างกำยำ
อีกคน

"ล..ลุง.ลุง Zen ผีหรือคนเนี่ย ลุงยังไม่ตายหรอเนี่ย" Rouge เอ่ยด้วยความดีใจอีกครั้งนึง วันนี้เป็นวันที่นานๆปีทีหนจะรู้สึกแบบนี้ซะที ทั้งเจอเพ่ือนเก่าอย่างหมอสเตฟาน ทั้งผู้มีพระคุณยังไม่ตาย แม้แต่ตัวเขาเองก้อรอดอย่างปาฏิหารย์

"คนอย่างข้าน่ะมันตายยากอยู่แล้วเว้ยโหะๆๆ อ้อลืมแนะนำนี่เพื่อนข้าเอง ผู้กอง Evan เขาเป็นคนช่วยชีวิตแกกับข้าไว้เองแหละ" ลุงอ้วนขี้เล่นเอ่ยพร้อมตบที่ไหล่เพื่อนอย่างแรง


"ยินดีที่ได้รู้จักนะ Rouge" ชายฉกรรจ์ร่างกำยำในชุดพลางของทหารเอ่ยทักทาย

"ขอบคุณท่านมากที่ช่วยชีวิตข้าไว้ คราวนี้ข้าเป็นหนี้ชีวิตทั้งลุง Zen ทั้งผู้กอง Evan เลยนะเนี่ย แหะๆ ว่าแต่ว่าที่นี่ที่ไหนครับแล้ว ใครคือเจ้าของ.."
Rouge ยิงคำถามทันทีเพราะตอนนี้กระวนกระวายใจอย่างมากและรู้สึกสับสนเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

"เจ้าของหัวใจที่บริจาคให้เธอคือลูกทีมในหน่วยของฉันเองเธอชื่อ Monica ...ก่อนสิ้นใจเธอตัดสินใจบริจาคหัวใจให้กับเธอยังไงล่ะ..Rouge"
ผู้กอง Evan กล่าวด้วยเสียงเงียบขรึมแต่แฝงความเศร้าอย่างสุดซึ้งเอาไว้

Rouge นิ่งเงียบและรู้สึกสะเทือนใจตามไปด้วย

"และที่นี่คือหน่วยปฏิบัติการลับของพวกเรา วันที่เกิดเรื่องเราได้รับรายงานจากสาย ว่าฝ่ายรัฐบาล Edinbert ได้รู้ที่อยู่ของผู้เธอและ pandora แล้ว...ฉันหมายถึงกล่อง..ที่เธอขโมยมาน่ะ แต่คาดไม่ถึงว่าระหว่างที่จะนำกำลังไปช่วยเธอและZenจะเกิดเหตุพวกนักล่าค่าหัวพบเธอซะก่อน .. หลังจากเธอถูกมันยิงแล้ว เราก้อเข้าไปช่วยได้ทัน แต่นึกไม่ถึงระหว่างทาง ทหารของฝ่ายรัฐบาล Edinbert จะมาเร็วกว่าที่คิด.. เกิดการปะทะกันอย่างหนัก และเราก็เสีย...Monica..ไป แต่ก่อนตายเธอรู้ดีว่า Rouge ถูกยิงเข้าที่หัวใจเป็นตายเท่ากัน แต่เธอเชื่อในเรื่องคำทำนายนั่น.. ก็เลย....ขอร้องให้หมอ Stefan ช่วยเธอไว้ให้ได้ไงล่ะ..."

"ผมเสียใจด้วยนะครับผู้กอง.." Rouge รู้สึกเศร้าใจอย่างประหลาดทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกับ Monica มาก่อน..

"ยังไงเสีย..ตอนนี้เธอก็รีบพักผ่อนแล้วกัน ยังมีเรื่องอีกมากที่ต้องทำ.. ฉันขอตัวก่อนนะ Zen" กล่าวเสร็จผู้กองก็เดินออกจากห้องไป

"เรื่องอีกมากที่ต้องทำ!?!!ทำอะไรหรอ แล้วหน่วยที่ว่านี่มันอะไรหรอลุง" เด็กหนุ่มเอ่ยถามกับลุง Zen อย่างสงสัย

"เฮ้ออ ไม่รู้ว่าแกจะโชคดีหรือโชคร้ายดีนะไอ้หนู ที่รอดชีวิตได้มาสองครั้งสองครา แถมยังต้องมาพัวพันกับองค์กรของพวกเราอีกฮ่ะๆๆ" ลุง Zen พูดแกมตลกเหมือนเคย

"องค์กรลับ? กบฎใต้ดิน หรอลุง...โอ้ยเจ็บ!!"

ลุง Zen เขกหัวเข้าให้อย่างจัง "จะบ้าหรอไงฟะ กบ่งกบฎบ้านแกสิ งานของเราคือป้องกันโลกเว้ยรู้ไว้ด้วย ชื่อของเราก็คือ BDF หรือ Bellato Defender Force เว้ยรู้จักไหม!!"

"BDF อะไรไม่เห็นรู้จักเลยแล้วปกป้องจากอะไรหรอไม่เห็นมีอะไรต้องปกป้องเลยฮ่ะๆ" Rouge ถามแกมขำปนงงๆเล็กน้อย

"เฮ้ออพูดไปแกก้อไม่เข้าใจหรอกเอาไว้หายดีแล้วฉันจะอธิบายให้ฟัง อ้อแล้วถ้าแกรู้จักหน่วยนี้แล้วล่ะก้ออย่ามีหวังจะได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเก่าได้เลยนะหุหุเขาไม่ปล่อยแกไปหรอก ฮ่ะๆ" ลุง Zen หัวเราะร่าแล้วเดิน
ออกจากห้องไปทิ้งคำถามในใจมากมายให้ Rouge ไคร่ครวญ

"หัวใจของmonica หรอ เหมือนเราได้เกิดใหม่อีกครั้งรึเปล่านะ ...
แล้วBDFมันคืออะไรกันแน่ ..ไม่ปล่อยเราไปนี่หมายถึงต้องโดนฆ่าปิดปากหรือเปล่านะ...แล้วmonica ทำไมถึง...หมอ Stefan อีก..pandora..คำทำนาย เฮ้อยิ่งคิดก้อยิ่งปวดหัว...." Rouge คิดวนไปวนมาจนเผลอหลับผลอยด้วยความเหนื่อยล้าไปในที่สุด...

ในวันนั้นเขาฝันดีอย่างประหลาด...ในความฝัน...ได้พบกับยายที่ล่วงลับ..คุณยายที่รักกอดและกล่อมเขาให้หลับด้วยเสียงอันแผ่วเบา...ฝันดีนะ Rouge


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#84 2007-02-05 23:14:26

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ต๊ายย ตอนใหม่ ทำรายงานเสร็จจามาอ่าน


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

#85 2007-02-05 23:53:42

geminus
Banned
Registered: 2006-10-02
Posts: 885

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ตัวละครของฉ้าน ได้เป็นผู้กองว่ะฮ่ะๆๆ

ลั่นล้า~ ดีใจ

แกว่งต่อ

Last edited by geminus (2007-02-05 23:54:05)


MAU - Massive Armor Unit
Guide : Easy to be Armor Rider
การกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะได้ผล 2 ด้าน ทั้งดีและไม่ดี ก่อนที่จะทำอะไร ขอให้คิดให้รอบคอบ

Offline

 

#86 2007-02-06 01:09:29

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
โอ้วววววว Rouge!!! He's alive!!!! He's alive!!!! o046
แสดงว่า Bellato Federation ความสามารถทางด้านการแพทย์ที่สูงมาก o001
อย่างไรก็ตาม สนุกมากๆ เลยครับ ดีใจมากและขอบคุณมากนะครับที่ได้ออกผลงาน Episode ใหม่มาให้ได้อ่านกันครับ
ติดตามรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
o040

Last edited by Stormtroper (2007-02-06 01:41:22)

Offline

 

#87 2007-02-08 09:53:19

Dragonet
สมาชิก
Registered: 2006-09-28
Posts: 175

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สนุกมากคับ จารอตอนต่อไปน้า

Offline

 

#88 2007-02-08 11:46:38

KookGo
สมาชิก
From: What time is it now**2PM**
Registered: 2006-10-09
Posts: 307

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

กรี๊ดดดดด!!!!
ตอนใหม่มาจอด รอตั้งนานนนนนนน
รอตอนต่อไปอยู่เน้อ...


http://i149.photobucket.com/albums/s71/KookGo/123copy.jpg

Offline

 

#89 2007-02-08 11:58:39

ZunderZa
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 392

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

หายไป นาน   กลับ มา อ่านอีกครั้ง  ก็ ยัง  หนุกหนาน เหมือนเดิม


Acc  l RII Lv. 50
ข้อมูล : come form star wars

กลับมาเล่น อีกครั้ง และ อีกครั้ง

Offline

 

#90 2007-02-13 19:59:27

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีเหตุการณ์เผชิญหน้ากันอย่างรุนแรง ผมขอเอาใจช่วยให้คุณ myperception มีกำลังใจสร้างผลงานเขียนต่อไปนะครับ
o040

Offline

 

#91 2007-02-14 15:08:53

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

EP:11 ดอกไม้เหล็กแห่ง Decem

โดมพลังที่สร้างจากพลังชีวิตของหน่วยพิทักษ์ทั้งห้า กำลังค่อยๆปริแตกออกช้าๆ ด้วยลำแสงจากซิทคิท
ป้อมปืนมหากาฬของจักรกลสังหาร ไม่มีสิ่งใดที่จะต้านทานอำนาจการทำลายล้างของป้อมปืนขนาดยักษ์นี้ได้
ในที่สุดรอยปริร้าวก้อเกิดขึ้นทั่วทั้งโดมพลัง... อนิจจาการศึกครั้งนี้คงจบสิ้นที่ความตายแห่ง มหาราช Coronianที่13 แล้วกระมัง

“เปลวไฟแห่งพิภพ จงลุกโชนเพื่อแผดเผาศัตรูข้า...วายุแห่งภูผา จงเข่นข้าอริราชให้ดับดิ้น!!!”
สิ้นเสียงบทร่ายมนต์ภาษาโบราณ  เปลวไฟสีแดงฉานลุกโชนขึ้นมาจากใต้ดินอย่างน่าอัศจรรย์ เปลวเพลิงได้แผดเผาจักรกลสังหารล้มตายเป็นจำนวนมาก ยังไม่ทันที่เปลวไฟมฤตยูนั้นจะมอดลง เสียงกรีดร้องของพายุร้าย ดังขึ้น ชวนให้ขนลุก พายุร้ายกลืนกินเอาเปลวเพลิงเบื้องหน้าเข้าไปจน กลายเป็นพายุไฟ แดงฉาน ทั้งพัดฉีกร่างเหล่าจักรกลผู้เคราะห์ร้าย และแผดเผาเหล่าจักรกลไปพร้อมกัน

เจ้าของป้อมปืนซิทคิท เห็นท่าไม่ดีจึงถอนป้อมปืนออกโดยการกดสวิทพิเศษเพียงครั้งเดียว ป้อมปืนยักษ์ที่ปรากฏก้อพับเก็บกลายเป็นเพียงปืนขนาดเล็ก “ฮึ่มมเจ็บใจนักอีกนิดเดียว…” จักรกลสังหารตนนั้นคิดอย่างเจ็บแค้นเพราะเกือบสังหารแม่ทัพของศัตรูได้อยู่แล้วแท้ๆ

ฝ่ายพระราชาและแม่ทัพ Versus หันไปทางต้นเสียงของผู้ร่ายมนต์พายุไฟนั้น ผู้ที่ร่ายมนต์ระดับสูงผสานกันได้เช่นนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก….
“Alisia!!” พระราชาอุทานเมื่อ ผู้ปรากฏตรงหน้าพระพักตร์ คือ สาวงามนางหนึ่ง แลดูสง่างามและสูงศักดิ์ เธอใส่ชุดรัดสั้นสีน้ำเงินเข้ม ตรงหน้าอกมีเพียงแถบเกราะอ่อนคาดไว้ เผยให้เห็นถึงเรือนร่างอันงดงามทุกส่วนสัด ตามแบบฉบับผู้ใช้เวทย์

“กองกำลังผู้ใช้เวทย์ศักดิ์สิทธิ์ จงปกป้องพระราชาและแม่ทัพ Versus ไว้” Alisia สั่งการให้กองกำลังผู้ใช้เวทย์ เบื้องหลังนับร้อยให้เตรียมพร้อม

“หม่อนฉันขอพระราชทานอภัยที่มาช่วยพระองค์ช้าไปเพคะ” สตรีสูงศักดิ์ย่อเข่าลงเพื่อถวายบังคม

“ลุกขึ้นก่อนเถิด..เจ้าเองยังงดงามไม่เปลี่ยนแปลงเลยนะ..” พระราชาเอ่ยตรัส

“ถึงจะงดงามเพียงใดก็ไม่สามารถได้หัวใจของพระองค์” Alisia เอ่ยตัดพ้อและเบือนหน้าหนี ผู้เป็นเจ้าชีวิตและเจ้าของหัวใจของเธอตลอดมา

ทั้งคู่นิ่งเงียบชั่วขณะ..ตกอยู่ในห้วงความคิดของคืนวันในอดีตที่ผ่านพ้นไป...

“..เอาเถิดอย่าพึ่งพูดอะไรเลย ช่วยพาหน่วยพิทักษ์ทั้งห้าท่านนี้กลับไปก่อนเถิด หากพวกเขาไม่สละชีวิตเพื่อปกป้องเรา บางทีเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วก็ได้...”

“รับพระบัญชาเพคะ” สตรีสูงศักดิ์ ถวายบังคมอีกครั้งก่อนลุกขึ้นยืนและสั่งการแก่กองกำลังผู้ใช้เวทย์อันมาจาก
วิหารแห่งDecem

ทุกคนในกองกำลังนี้ล้วนแต่เป็นผู้ใช้เวทย์ระดับสูงสุดในเผ่าทั้งสิ้น ซึ่งล้วนเป็นนักบวชสตรีจากวิหารDecem อันเป็นเทพสูงสุดของชาว cora นักบวชแห่งDecem ผู้ได้ชื่อว่าพลังเวทย์การทำลายร้างสูงที่สุด และจิตใจที่เข้มแข็งขัดกับร่างกายที่อ่อนแอและงดงาม ที่สำคัญได้ชื่อเรื่องความเข้มงวดในการถือบวชมาก และห้ามนักบวชมีครอบครัวหรือแม้แต่ความรักอย่างเด็ดขาด ถึงกระนั้นแม้ Alisia จะรู้ถึงข้อเข้มงวดนี้ดีก็ตามเธอก็ยังตัดสินใจเข้าบวชในวิหารแห่งนี้ เพื่อตัดความรักที่มิอาจลงเอยได้ของตน... จนได้รับตำแหน่งผู้ปกครองสูงสุดของวิหาร Decem    แม้นเวลาจะผ่านไปเท่าใด แต่ความปวดร้าวลึกๆในใจ ก็มิอาจซ่อนเร้นได้เมื่อยามที่เจออดีตคนรักอยู่ต่อหน้าอีกครั้ง....

“ฝ่าบาท หม่อนฉันเกรงว่าทัพหน้าของเราจะต้องแตกพ่ายในไม่ช้าแน่ ขอทรงพระราชทานให้หม่อนฉันสั่งถอยเถอะพระย่ะค่ะ” แม่ทัพ Versus ถวายคำแนะนำเมื่อเห็นท่าจะไม่ดีหากรบต่อไปพระราชาต้องตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูอีกเป็นแน่แท้

“ถ้าเช่นนั้นท่านจงสั่งถอยทัพโดยไวเถิดท่านแม่ทัพ” พระราชาตรัสเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์เป็นจริงดังที่แม่ทัพรายงาน

วู้ดดดดดดดดด วู้ดดดดดดดด  เสียงแตรเขาสัตว์ อันเป็นสัญญาณถอยทัพดังขึ้นจากแม่ทัพแห่งกองกำลังพิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์

ขณะที่กองทัพศักดิ์สิทธิ์กำลังถอนกำลังกลับ เหล่าจักรกลสังหาร ซึ่งเป็นทัพหน้าอันบ้าคลั่ง ได้ตีประชิดเข้ามาเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นวิ่งฝ่าเข้ามาทางนักบวชสตรีนางหนึ่ง นางเพียงยื่นมือไปทางจักรกลสังหารแล้วกระซิบอย่างแผ่วเบา ร่างกายของจักรกลเคราะห์ร้ายก็กลายเป็นธุลีธาตุทันที

นักบวชสตรีบางคนใช้ไม้เท้าปักที่พื้นแล้วร่ายมนต์ลึกลับ ก็ปรากฏลูกไฟเพลิงจากฟากฟ้าตกใส่เหล่าจักรกล
บ้างก้อร่ายมนต์เป็นเถาวัลย์พิษโผล่ขึ้นจากดินและรัดร่างเหยื่อไว้จนขยับเขื้อนไม่ได้
บ้างก็ใช้เวทย์แห่งน้ำสาปศัตรูให้กลายเป็นน้ำแข็ง

แม้ว่าเหล่านักบวชสตรีแห่งวิหาร Decem จะมีเพียงไม่กี่ร้อยคน แต่พลังทำลายล้างของพวกเธอนั้น ช่างน่ากลัวยิ่งกว่าบุรุษนัก ประกอบกับกองทัพแห่งจักรวรรดิจักรกลมิได้เคยประมือกับข้าศึกที่ชำนาญการใช้เวทย์            เพียงพริบตา หน่วยทัพหน้าของจักรกลสังหารก็ล้มตายไปเป็นอันมาก สมกับฉายาดอกไม้เหล็กแห่ง Decem การถอยทัพกลับสู่ปราการไอซิสจึงกระทำได้โดยง่าย....

เมื่อพระราชาและคณะเสด็จกลับสู่ปราการไอซิสอย่างปลอดภัยแล้ว ทรงรับสั่งให้แพทย์หลวงทำการช่วยชีวิตหน่วยพิทักษ์ทั้งห้าอย่างเต็มกำลัง แล้วเรียกแม่ทัพนายกองทั้งหมดเข้าหารือเพื่อวางแผนรับศึกต่อไป

“ตอนนี้กองกำลังของเราคงเหลือน้อยเต็มทีแล้วพวกท่านมีแผนประการใดจะเสนอบ้างหรือไม่” พระราชาตรัสด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“ทูลฝ่าบาท ข้าพระองค์มีความเห็นว่า เราน่าจะตั้งรับอยู่ในปราการไอซิสพระย่ะค่ะ” มหาดเล็กคนหนึ่งเอ่ยถวายความเห็น

“พระอาญามิพ้นเกล้า ข้าพระองค์ก็มีความคิดเช่นเดียวกันพระย่ะค่ะ หากเราใช้กำลังที่เหลือไม่มากในตอนนี้ไปพุ่งรบกับข้าศึกที่มีกำลังเหนือกว่า เกรงว่าเราจะเป็นฝ่ายเพียงพล้ำได้โดยง่ายพระย่ะค่ะ ดังตำราพิชัยสงครามกล่าวว่า หากมีมากกว่าสามเท่าจึงเข้าตี มากกว่าสองเท่าจึงล้อม มีกำลังเท่ากันต้องใช้กลอุบาย มีกำลังน้อยกว่าจักตั้งรับหรือถอยหนี” ราชครูประจำพระองค์ทูลเห็นด้วยกับมหาดเล็กที่เสนอความเห็นก่อนหน้านี้

“แล้วท่านอื่นๆมีความคิดเห็นประการใดบ้าง” พระราชาตรัสขอความเห็นอีกครั้ง

“หม่อมฉันก็เห็นด้วยเช่นกัน ปราการไอซิสนั้นเรียกได้ว่าเป็นปราการที่แข็งแกร่งยิ่งนัก ยากที่จะมีผู้ใดตีแตกได้โดยง่าย หากเราตั้งรับที่นี่ย่อมเป็นการดีกว่าเพคะ” แม่หญิง Alisia ทูลเสนอความเห็นบ้าง แต่ไม่กล้าสบตากับฝ่าบาทโดยตรง เพราะกลัวใจของตัวเองจะคิดเตลิดไปไกล

“หม่อมฉันก็เห็นด้วยกับทุกท่าน” แม่ทัพ Versus ออกความเห็นง่ายๆตามแบบฉบับนักรบผู้พูดน้อย

ส่วนแม่ทัพนายกองคนอื่นๆก็เห็นชอบด้วยกับการตั้งรับในปราการ

“เป็นอันว่าทุกท่านเห็นชอบกับข้อเสนอให้ตั้งรับ ดังนั้นขอให้เตรียมกองกำลังหน่วยของตนเพื่อรับมือข้าศึกโดยไว”

“ทูลฝ่าบาท!! ข้าศึกจะประชิดกำแพงปราการชั้นแรกแล้วพระย่ะค่ะ” มหาดเล็กรายหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานสถาณการณ์ล่าสุด

“ดูท่าราตรีนี้จะอีกยาวนาน ทุกท่านโปรดเตรียมกำลังให้พร้อมแล้วตามเราไปที่ปราการชั้นแรก”

“รับพระบัญชา” ทหารนายกองต่างประสานเสียงรับคำสั่งโดยพร้อมเพรียงและเร่งไปเตรียมกองกำลังของตนให้พร้อมรบ

ณ เบื้องหน้าปราการชั้นแรก ทหารหนุ่มกลุ่มหนึ่งกระโดดลงจากกำแพงแล้ววิ่งเข้าไปฟาดฟันกับศัตรูอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
โดยมีนักรบผู้หนึ่งแต่งกายด้วยชุดเกราะหนักสีดำสนิท เป็นคนนำหน้า เขาใช้ดาบเล่มยักษ์ในมือกวัดแกว่งไปมาอย่างคล่องแคล่วราวกับ มันเบาแสนเบาทั้งๆที่ดาบเล่มนั้นมีขนาดใหญ่และดูหนักมิใช่เล่น  เมื่อวาดดาบไปแต่ละครั้ง ก็ผ่าเอาเหล่าจักรกลขาดครึ่งซีก แต่เหล่าจักรกลกลับโจมตีไม่โดนเลยแม้แต่น้อย ด้วยท่วงท่าที่พลิ้วไหวดุจผีเสื้อยามสยายปีก ดูงดงามแต่ดุดันไปพร้อมกัน เพียงเขาคนเดียวก็สามารถรับมือทหารเลวของข้าศึกได้ถึงร้อยตน
ฉายาของเขาคือนายกองร้อยศพ แห่งหน่วยทะลวงฟัน ผู้ไม่เคยกลัวความตาย

ระหว่างที่ฟาดฟันกับกองทัพหน้าของเหล่าจักรกลอยู่นั้น มีจักรกลตนหนึ่งวิ่งเข้ามาใช้ดาบสองมือขนาดใหญ่ฟาด
เข้าใส่นักรบเกราะดำ จนเขาเกือบจะตั้งรับไม่ทันและเซถลาตามแรงประทะของดาบ
นักรบจักรกลไม่รอช้ามันกระโดดหมุนตัวแล้วใช้ดาบใหญ่ในมือฟาดต่อเนื่องทันที ยังดีที่นักรบเกราะดำผู้นั้นมีความเร็วอยู่บ้างจึงหลบพ้นการโจมตีเมื่อครู่อย่างหวุดหวิด
“ดีไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้ว..” นักรบเกราะดำนึกอย่างถูกใจเมื่อได้ประลองกับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือบ้าง

ทั้งคู่ตั้งท่าเพื่อเตรียมจู่โจม แม้ดูสงบนิ่งไร้การเคลื่อนไหว แต่ทว่ากำลังใช้จิตสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย หากใครพลาดท่าก่อนนั่นย่อมหมายถึงชีวิต..

to be continue...

Ps1.ช่วงนี้มะค่อยสบายสมองมะแล่นเท่าไหร่หากมีอะไรผิดพลาดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย 
Ps2.ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานจ้าิ ช่วงนี้ใกล้สอบแล้วด้วยอาจงดเขียนตอนใหม่ไปจนสิ้นเดือนอ่ะ v_v ยังไงอย่าเพิ่งเบื่อกันก่อนนะอิอิ ใครใกล้สอบก้ออ่านหนังสือกันได้แล้วเน้ออย่ามัวแต่เล่นเกมล่ะ ^^ ขอให้ได้เกรด AA ทุกคนเน้อ


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#92 2007-02-14 22:00:17

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

โอ้วว ตอนหม่ายๆ เก็บๆ


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

#93 2007-02-14 22:02:50

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
ขอบคุณครับ โอ้ นึกว่าผู้พิทักษ์ทั้งห้าจะสิ้นชีพเสียแล้ว
o046

Offline

 

#94 2007-03-05 14:12:54

1138782
ผู้สนับสนุน
Registered: 2007-01-24
Posts: 32

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

นี้ ใครสนใจ วาดเก่งๆ มาลง Comic กับผมเปล่าครับ ... เหอๆ ...
http://img54.imageshack.us/img54/9265/001ut2.jpg
ฝีมือเด็กใน ชมรม ผมเอง น้อง Kenchiro / Credit by: Kenchiro ..


Use it Well ..
http://img411.imageshack.us/img411/6277/sing01hu2.jpg
เมื่อวานมันยังไม่ดี แล้วอนาคตจะดีได้อย่างไร ถ้าเราไม่เริ่มซะแต่วันนี้ ..
Initiative Animation & Design By: New[a]

Offline

 

#95 2007-03-14 22:05:52

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

EP:12 ผีเสื้อกับแมลงทับ


ชุดเกราะสีเขียวปีกแมลงทับยามสะท้อนแสงจันทร์แลดูระบิบระยับเป็นประกายเด่น ในมือนั้นถือดาบเล่มใหญ่ที่หากเป็นเพียง
มนุษย์ธรรมดาคงต้องใช้สองมือลากไปตามพื้น หากแต่มันเพียงถือด้วยมือข้างเดียวเท่านั้น มันคือจักรกล
ผู้ช่ำชองการใช้ดาบใหญ่เป็นที่สุด ทุกครั้งที่วาดดาบรังสีอำมหิตแผ่รุนแรงมุ่งหมายสังหารทุกสิ่งที่ขวางหน้า
อัศวินลึกลับแห่งกองทัพจักรวรรดิ์จักรกล ตนนี้ คือหนึ่งในแม่ทัพผู้มีความสำคัญในภารกิจยึดดาวดวงนี้
แม่ทัพ RII แห่งกองทัพหน้าหน่วยทะลวงฟัน
แม่ทัพ RII กระโดดหมุนกลางอากาศเป็นวงพระจันทร์ ก่อนพลิกตัวใช้ดาบใหญ่ในมือฟาดลงที่พื้นอย่างรุนแรง
เกิดเป็นแรงระเบิดปะทะมหาศาลจนพื้นแยกตัวออกเป็นวงกว้าง เศษดินแตกกระจาย แรงระเบิดนั้นทำให้นักรบเกราะดำแห่งพันธมิตรศักดิ์สิทธิ์ลอยกระเด็น ไกลออกไป ก่อนที่จะตกถึงพื้นเพราะแรงกระแทกเมื่อครู่
แม่ทัพ RII กระทืบเท้าถีบตัว กระโจนเข้าใส่ แล้วใช้ดาบฟาดอย่างรวดเร็วหมายเอาชีวิตในดาบเดียว
นักรบเกราะดำแม้จะเสียหลักเพราะแรงปะทะแต่ยังมีสติตั้งดาบขึ้นรับ จนร่างกระเด็นไปชนกำแพงป้อม

แม่ทัพแห่งหน่วยจักรกลทะลวงฟัน ควงดาบไปมาก่อนยกขึ้นพาดที่ไหล่แล้วกวักมือเรียกให้คู่ต่อสู้อย่างหยามเหยียด

“หึหึ..เห็นทีข้าคงต้องเอาจริงซักที” นักรบเกราะดำยกมือปาดเลือดที่กระอักออกจากปาก หัวใจของเขากำลังเต้นระทึกกับคู่ต่อสู้ที่หาไม่ได้ง่ายๆแบบนี้มานานแล้ว
เขาถอดเกราะหนักอึ้งสีดำสนิทโยนลงพื้น ดังครืน ความหนักของมันต้องใช้กำลังของชายฉกรรจ์สองคนถึงแบก
ไหว ที่ตัวเหลือเพียงเกราะหนังสีดำชนิดเบาเท่านั้น เขาปักดาบเล่มใหญ่ไว้ที่พื้นแล้ว ดึงดาบสั้นคู่ที่เอวออกมา
ตัวดาบสีดำสนิทเป็นวงโค้งคล้ายเขี้ยวของสัตว์ป่า นานมาแล้วที่เขาไม่เคยต้องใช้มันอีกเลย
ชื่อของมันคือเขี้ยวอสูรคู่ หนึ่งในอาวุธลึกลับที่มีพลังทำลายล้างน่าสะพรึงกลัวแต่ก็มีอาถรรพ์น่ากลัวไมแพ้พลังของมัน ว่ากันว่ามันถูกตีขึ้นเมื่อห้าล้านปีที่แล้วโดยบิดาแห่งช่างทั้งมวลที่นำเขี้ยวของอสุรกายยักษ์ในตำนาน มาใช้ตีเป็นใบมีด มีผู้ที่หวังครอบครองอาวุธนี้จนรบราฆ่าฟันและล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายได้ตกถึงมือของตระกูลนักรบเก่าแก่ตระกูลหนึ่งก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันทำให้คนในครอบครัวนี้ตายทั้งหมดและดาบเขี้ยวอสูรก็สาบสูญไปในที่สุด

“เป็นไปได้ยังไง...เขี้ยวอสูรคู่...ดาบอาถรรพ์ในตำนาน ไหนว่ามันหายสาบสูญไปแล้วไง..” ทหารนายหนึ่งอุทานอย่างลืมตัวเมื่อมองเห็นดาบอาถรรพ์ในตำนานอยู่ในมือของนักรบดำ

แม่ทัพ RII กระโจนใส่ทันที ก่อนบิดตัวพลิกดาบใหญ่ตวัดใส่คู่ต่อสู้เบื้องหน้า ฟั่บบ ดาบใหญ่หั่นร่างเบื้องหน้าเป็นสองท่อน

ก่อนที่คนในบริเวณนั้นทั้งหมดจะตะลึง.. เมื่อภาพของนักรบดำที่โดนหั่นครึ่งซีกตรงหน้าค่อยๆเลือนหายไปคล้ายภาพลวงตา    นักรบเกราะดำปรากฏกายอีกครั้งบนปลายดาบของแม่ทัพจักรกล

แม่ทัพจักรกลสะบัดปลายดาบ และพลิกหมุนฟันร่างนั้นอีกครั้ง แต่...เหมือนเดิมร่างที่ขาดครึ่งนั้นเป็นแค่ภาพมายา
หรือนี่คือเวทย์มนต์??

นักรบดำลอยอยู่กลางอากาศในมือถือดาบคู่เขี้ยวอสูร เขากางแขนออกเหมือนผีเสื้อราตรียามสยายปีก
ร่างนั้นค่อยๆลอยลงต่ำช้าๆ เมื่อเท้าแตะพื้น ก็พลันหายวับไปในทันที
แม่ทัพ RII ยังคงใจเย็นปรับระบบตาจักรกลไปใช้โหมดจับภาพความร้อน แต่ในภาพนั้น เห็นเพียงแสงจากความร้อนวูบวาบไปมาไม่สามารถมองเห็นร่างศัตรูได้เลย เพียงชั่วพริบตา กลุ่มความร้อนปรากฏเบื้องหน้า
“เคร้งง” เขี้ยวอสูรคู่ฟาดลงที่ดาบโลหะลึกลับของแม่ทัพจักรกล ที่ไหวตัวยกดาบขึ้นป้องกันอย่างฉิวเฉียด
แต่ดาบโลหะยักษ์ของแม่ทัพจักรกลกลับบิ่นเป็นรอยลึกเพียงแค่การประทะชั่วครู่ สิ้นเสียงประดาบกลับเป็นเสียงลมกรีดร้องแล้วกลุ่มความร้อนในจอภาพหายไปอีกครั้ง
เคร้งง เค้รงง แคร้งง ฟั่บ เคร้งง เสียงประทะกันของอาวุธดังขึ้นรอบตัวแม่ทัพจักรกลรัวขึ้นทุกขณะ ภาพเมื่อมองจากภายนอกเห็นเป็นเพียงรูปเงาของนักรบเกราะดำล้อมรอบแม่ทัพจักรกล เต็มไปหมดแล้วค่อยๆเลือนหายไปเหมือนภาพติดตาอย่างไงอย่างงั้น เหมือนกับว่า..คุณสมบัติของดาบปีศาจเขี้ยวอสูรนั่นคือการเคลื่อนไหวเร็วกว่าแสงหรือว่าเป็นเพียงแค่การสร้างภาพมายาหรือล่องหนได้ก็ไม่มีใครอาจรู้ได้ รู้เพียงว่าดาบคู่เล่มนี้แฝงไปด้วยกลิ่นไออาถรรพ์และความน่าสะพรึงกลัว

แคร้งงง!! เสียงประทะอีกครั้งแต่ดาบโลหะลึกลับของแม่ทัพจักรกลที่ว่าแข็งแกร่งแล้วกลับ หักกระเด็นอย่างง่ายดาย แรงประทะผลักให้ร่างหนักอึ้งของแม่ทัพจักรกล ถอยครืดเป็นทางยาว

ในทันทีที่แน่ใจว่าศัตรูจะจู่โจมอย่างรุนแรงอีกครั้ง แม่ทัพ RII ใช้ดาบหักที่เหลือปักลงพื้นพร้อมระเบิดพลัง
ลึกลับถ่ายเทสู่ดาบโลหะที่มีแผงวงจรเล็กๆเชื่อมอยู่ กลายเป็นระเบิดพลังงานแสงย่อมๆรอบตัว
วาบบบ ซู่มมม ระเบิดขนาดย่อมระเบิดขึ้นรอบตัวแม่ทัพจักรกล ได้ผลศัตรูที่ตายใจและพุ่งทะยานหมายจะเข่นฆ่าถูกแรงระเบิด จนกระเด็นไถลไปไกล แต่... แขนข้างขวาของแม่ทัพจักรกลกลับขาดกระเด็นเพราะแรงกระชากของเขี้ยวอสูรจากการประทะกันเมื่อครู่

โดยไม่ปล่อยให้ศัตรูตั้งตัว แม่ทัพจักรกลใช้แขนซ้ายคว้าดาบหักแล้ว กระโดดขึ้นกลางอากาศ เกราะสีปีกแมลงทัพด้านหลังเปิดออกแล้วมีท่อเหมือนท่อไอพ่นที่พับเก็บไว้กางออกมา ไอพ่นจากแผงหลังดันร่างลอยพุ่งทะยานขึ้น
แม่ทัพจักรกลบิดตัวบังคับแผงไอพ่นที่หลังพุ่งทะยานใส่เป้าหมายด้วยความเร็วสูงใช้จังหวะเพียงครั้งเดียวฟาด
ดาบหักในมือลงที่คอนักรบดำหมายเด็ดหัวปลิดชีพ

นักรบดำผู้มีความไวสูงแม้จะบาดเจ็บจากแรงระเบิดเมื่อชั่วครู่แต่ยกดาบขึ้นป้องและกระโจนถอยทัน แต่แรงจากการถีบตัวด้วยเครื่องไอพ่นเจทของแม่ทัพจักรกลมีแรงมหาศาลเมื่อดาบประทะกัน นักรบดำจึงกระเด็นปลิวเพราะแรงหวดเพียงครั้งเดียวของแม่ทัพจักรกล

ศึกนี้คงมิอาจชนะโดยง่าย เมื่อประเมินกำลังบุกที่ลดน้อยลงเพราะไม่สามารถฝ่าปราการทมิฬแห่งไอซิสไปได้
แม่ทัพ RII จึงสั่งหน่วยทะลวงฟันถอยกลับไปตั้งรับศึกที่แนวหลังทันที

นักรบดำสั่งกองรบในชุดดำของตนพร้อมเหล่าทหารที่ออกมาต้านรับให้บุกตีไล่ทัพข้าศึกที่เริ่มแตกพ่ายทันที

“ดูเหมือนกองรบในชุดดำจะไล่ตีข้าศึกเข้าไปในเขตแนวรับของศัตรูแล้วเพคะ”  แม่หญิง Alisia แห่งวิหาร Decem รายงานให้พระราชา Coronian ทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“พวกเค้าคือใครกัน..ช่างกล้าหาญยิ่งนัก” พระราชาตรัสด้วยความทึ่งและสงสัย

“ขอทรงประทานอภัย พระองค์คงทรงยังไม่รู้จัก เหล่านักรบพิเศษของเรา ผู้มาจากป่าลึก หน่วยนักรบดำแห่ง Hemrustar เป็นหน่วยหนุนที่พึ่งมาถึงเมื่อวานนี้เองพระย่ะค่ะ ส่วนผู้ที่นำทัพและใช้ เขี้ยวอสูรคู่ ดาบอาถรรพ์ในตำนานนั้นคือ ท่าน Modkid เพื่อนของหม่อมชั้นเอง กว่าจะยอมมาช่วยได้เล่นเอาหม่อมชั้นเหนื่อยอยู่นาน”

“ไม่น่าเชื่อว่าเผ่าของเราจะมีเหล่านักรบที่เก่งกาจซ่อนตัวอยู่มากถึงเพียงนี้” พระราชาตรัสด้วยความชื่นชม
“อย่างนั้นเราเตรียมส่งทัพหนุนไปช่วยพวกเขาไล่ข้าศึกกันเถอะ” พระราชาตรัสด้วยน้ำเสียงแห่งความหวังอีกครั้ง

“ไม่ได้นะพระย่ะค่ะ คราวที่แล้วพระองค์ก็ทรงเพลี่ยงพล้ำตกในวงล้อมข้าศึกไปทีแล้ว ถ้าครั้งนี้เป็นแบบคราวก่อนอีกเราแพ้ศึกก่อนยังไม่ทันรบเด็ดขาดแน่เลยพระย่ะค่ะ” แม่ทัพ Versus ห้ามด้วยน้ำเสียงเครียด

“หม่อมชั้นก็เห็นด้วยกับท่านแม่ทัพ เพคะ” Alisia เอ่ยย้ำเพื่อห้ามความดื้อรั้นของกษัตริย์นักรบ แม้จะรู้ว่าไม่เป็นผลก็ตาม

“พวกท่านจะให้เรายืนมองสหายร่วมรบไปตายส่วนตัวเราสบายอยู่คนเดียวที่นี่หรือไง” พระราชาตรัสเสียงแข็ง

“แล้วถ้าอยู่เพื่อดูแลหม่อมชั้นล่ะเพคะ ......” เสียงกังวาลใสดังแว่วมาจากข้างหลังของพระราชานักรบ

“เจ้า....ทำไม...มาได้ยังไง..” พระราชาตกพระทัยเมื่อเห็นภาพที่ไม่อยากจะเชื่อสายตาของผู้ปรากฏตรงหน้า

“ถวายบังคมเพคะองค์หญิง Amedeva ” Alisia ย่อเข่าลงพร้อมก้มตัวโค้งเพื่อนถอนสายบัว

“ท่านน้า Alisia ทำไมเรียกหญิงเหมือนคนแปลกหน้าอย่างนั้นล่ะเรียก Sofie ก้อได้นี่ค่ะ เดี๋ยวหญิงงอนแล้วนะ ฮึ ” องค์หญิง Sofie หรือพระนามเต็มคือ Amedeva de Coranain la Sofiera เอ่ยยิ้มแย้มอย่างเป็นกันเองกับน้าหญิงที่แม้จะไม่ได้เจอกันมานานแล้วก็ตาม

“องค์หญิงสวยวันสวยคืนเหมือนพระราชินีขึ้นทุกวันเลยนะเพคะ” Alisia เอ่ยชมหลานผู้น่ารักแต่ดื้อรั้นพอกับเสด็จพ่อของเธอ

“แหมท่านน้าก็เหมือนกันนะคะนับวันยิ่งสวยขึ้นทุกที ถ้าหญิงมีแม่สวยๆแบบท่านน้าล่ะก็ดีใจแย่เลย เมื่อไหร่จะสึกมาซะทีล่ะคะ” องค์หญิง Sofie หยอกแกมแหย่เช่นเคยเหมือนที่เธอทำตั้งแต่เด็กๆ เพราะตั้งแต่เสด็จแม่ของเธอหรือพระราชินีองค์ก่อน สิ้นพระชนม์เพราะคลอดเธอ ก็มีแต่ท่านน้า Alisia นี่แหละที่คอยดูแลเธอจนโตพอจำความได้ แต่ท่านน้าอยู่ดีๆก็หนีไปบวชที่ วิหาร Decem ซะก่อนความหวังเรื่องมีแม่ของเธอจึงพังทลายลง

“นี่ไม่ใช่วันพบญาติกันนะ ทำไมไม่ตอบคำถามพ่อ ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วท่านมหาปราชญ์ Gildian กับ Sephiroth ล่ะ” พระราชาตรัสด้วยเสียงกริ้วที่องค์หญิงตัวแสบก่อเรื่องขึ้นอีกจนได้
“ท่านตา Gildian กับ พี่ Sephiroth ปลอดภัยดีค่ะทุกคนออกเดินทางไปแสวงหาโลกหน้าของพวกเรากันแล้ว หญิงให้นางกำนัลปลอมตัวเป็นหญิง แล้วก้อรีบชิ่งหนีออกมานี่แหละ แหะๆ” องค์หญิงตัวแสบพูดด้วยหน้าตาระรื่นยังกับเป็นเรื่องปกติ

“ลูกหญิงนี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรือเรื่องที่ลูกชอบปลอมตัวหนีออกไปเที่ยวบ่อยๆหรอกนะ มันเรื่องคอขาดบาดตายนะทำไมลูกถึงทำตัวมีปัญหาให้คนอื่นเขาเป็นห่วงแบบนี้ทุกที!!” พระราชาตวาดด้วยความกริ้วเพราะความห่วงลูกสาว

“หญิงแค่ ฮึก..แค่ เป็นห่วง ฮือ เสด็จพ่อ แค่นั้นเองนี่เพคะ ฮือๆ” องค์หญิง Sofie น้ำตาคลอเหมือนจะร้องไห้ ซึ่งก็ใช้ได้ผลทุกทีกับพระราชาผู้ดื้อรั้นแต่ใจอ่อนกับลูกสาว

“เอาล่ะพอๆ ท่าน Versus ท่านรีบติดต่อ Sephiroth กับท่านมหาปราชญ์ Gildian หน่อยแล้วรีบพาองค์หญิงไปส่ง คิดว่าน่าจะยังตามยานทัน” พระราชาตรัสด้วยความเป็นกังวล

“รับพระบัญชา” แม่ทัพ Versus พูดรับเสียงเรียบ

“หญิงไม่ไปนะเพคะ หญิงจะอยู่ที่นี่แหละ!!” องค์หญิงจอมดื้อตรัสเสียงแข็ง แสดงให้เห็นถึงความรั้นเหมือนกับผู้เป็นพ่อ

ตูมมมม ตูมมมม เสียงระเบิดดังกึกก้องใกล้แนวกำแพงปราการ จนพื้นดินสนั่นไหว เสียงระเบิดยังดังขึ้นต่อเนื่องใกล้เข้ามาทุกขณะ

To be continue

ปล.มาถึงตอนที่12แล้วเรื่องนี้สงสัยจะเป็นเป็น500ตอนขึ้นนะ lol เขียนไปเรื่อยๆแบบนี้แหละไม่รู้กี่ปีจบแต่มันคงมีซักวันน่า v_v
ตอนนี้ได้เพิ่มแนวบู๊แอคชั่นแบบหนังจีนเข้าไปหน่อยอิอิ เพราะนิยายแฟนตาซีไม่ค่อยเห็นมีแบบนี้เลยเนอะเลยลองใส่ๆไปดู เดี๋ยวจะเริ่มมีแนวแบบสามก๊กเพิ่มกับอาจมีสืบสวนสอบสวน lol เอาเป็นว่ายำมั่วไปหมดเลยก้อแล้วกัน +_+

อ้อขออภัยทุกท่านที่ออกตอนใหม่ล่าช้าไปเยอะเลยเน้อ พอดีติดกิจค่อนข้างจะเยอะไม่ค่อยมีเวลานั่งแต่งนานๆ แต่งทีละนิดละหน่อยมันก้อไม่ต่อเนื่องอ่ะแบบว่าเราชอบแต่งทียาวๆไปเลยอิอิ แต่พยายามต่อไปขอบคุณทุกแรงใจและแรงเชียร์ สู้ๆ

สุดท้าย ขอให้ทุกท่านมีความสุขทั้งกับ เกม หรือการอ่าน รวมทั้งชีวิตจริงด้วยเน้อแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นบ้างก้อดีเน้ออย่าเล่นแต่เกมล่ะแหะๆพูดแล้วเข้าตัวยังไงไม่รู้แหะ ไปแระบายๆเดี๋ยวจะรีบปั่นตอนใหม่ออกมาละกาน ^^

Last edited by myperception (2007-03-15 10:54:03)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#96 2007-03-14 22:40:37

fromfee
สมาชิก
From: fee
Registered: 2006-09-26
Posts: 930

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ขยันจังเลยเน้อ 013

Offline

 

#97 2007-03-14 23:42:45

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ขยันอะไรนี่ดองสุดๆแล้วเนี่ย lol


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#98 2007-03-15 00:41:14

omyim_
สมาชิก
From: นึกแปบ - -"
Registered: 2007-03-12
Posts: 772

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

พึ่งมาสมัครตัวละคร กับได้อ่าน สนุกดี ^^


http://img222.imageshack.us/img222/9276/fdsaj.jpg

Offline

 

#99 2007-03-15 11:24:03

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
เย้ ตอนใหม่มาแว้ว ^^
เหอะๆๆๆๆๆ ท่านแม่ทัพ RII แขนขาดซะแล้ว T T

Offline

 

#100 2007-03-15 18:19:09

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ตอนหม่ายๆ ตาพูห์ดองนานจริงๆ


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

Board footer

Powered by PunBB
© Copyright 2002–2005 Rickard Andersson