#1 2007-01-09 15:53:40

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

RF Fiction : Wind of Destiny

http://i118.photobucket.com/albums/o120/leone-nemesis/RF_wod.jpg


EP:01 ปฐมบท

     ในจักรวาลทั้งหลายที่เผ่าพันธ์หลายเผ่าพันธ์ได้สูญสลายไปเพราะสงครามของผู้รุกรากปริศนา ในขณะที่ยังมีจักรวาลแห่งหนึ่งที่มีมีดวงดาวอันแสนสงบสุข และสวยงาม อยู่แห่งหนึ่ง ดวงดาวแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาระดับสูงอาศัยอยู่โดยพวกเขาเรียกตัวเองว่า Bellato ดาวเคราะห์ที่พวกเขาอาศัยเขาเรียกมันง่ายๆว่าโลก โดยมีการแบ่งแยก
การปกครองออกเป็นประเทศและรัฐต่างๆกระจายอยู่ทั่วทั้งโลก แต่มีอยู่รัฐประเทศเดียวที่เป็นเสมือนผู้นำของเหล่าอาณาประเทศต่างๆของโลก และมีความเจริญสูงสุดทุกด้านไม่ว่าจะเป็น วิศวกรรม หรือทางด้านการแพทย์ หรือแม้แต่กองกำลังทหารที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกลที่สุด จนหาผู้ต่อกรได้ยาก
แม้รัฐแห่งนี้จะเจริญด้านวัตถุเพียงใด แต่ทางด้านจิตใจของผู้คนและสังคมนั้นกลับเสื่อมถอยลงทุกขณะ แม้จะขึ้นชื่อว่าปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ที่ให้ความสำคัญกับเสียงข้างมากโดยไม่ละเลยเสียงข้างน้อย แต่ก็ยังมีการกดขี่ข่มเหงโดยผู้มีอำนาจให้เห็นอยู่เสมอ ภายใต้รัฐประเทศที่เชื่อว่าเจริญที่สุดบนดาวเคราะห์แห่งนี้ มหานครที่เป็นศูนย์กลางของโลก มหานครที่เปลือกของมันช่างดูงดงามและตระการตาด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย มหานคร Asternorth และในคืนหนึ่งที่ดูเหมือนคืนเดือนมืดธรรมดาทั่วๆไป กลับเป็นคืนที่ชี้ชะตาความเป็นตายของเผ่าพันธ์ Bellato...

ตึก..ตึก..ตึก..ตึก..
เสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์ 5 คน ถือปืนที่มีแสงเรืองรองในความมืด แสงสว่างอ่อนๆในยามนั้นเมื่อกระทบกับใบหน้า อันเหี้ยมเกรียมของชายผู้มีแผลเป็นขนาดใหญ่บนหน้า ช่างชวนน่าขนลุกอยู่ไม่น้อย
ชายผู้มีแผลเป็นตะโกนสั่งคนที่เหลือด้วยเสียงอันเย็นเยือก "แยกกันไปตามหามันให้เจอ ไม่ว่าจะได้มันตัวเป็นๆ  ...หรือเป็นศพกลับมาก็ตาม"

"..เอ่อ...ห..หัวหน้า..แต่ท่านนายก สั่งให้แค่จับตัวมันมาเป็นๆไม่ใช่หรือครับ.." ชายร่างเล็กกว่าเพื่อนในบรรดาคนทั้งห้า กระอ้อมเสียงขึ้นมาอย่างสั่นๆเล็กน้อย
แต่ร่างทมึนของผู้เป็นหัวหน้า หันกลับมา เพียงสบสายตาอำมหิตสีเขียวแข็งกร้าว ดูไม่ต่างอะไรกับปีศาจ  กลับไป  ผู้ที่ออกเสียงค้านได้แต่ กลืนน้ำลาย เอื้อก "ล..แล..แล้ว แต่หัวหน้า..ครับ" ชายร่างเล็กพยักเพยิบ ตัวเขาสั่นเทาเล็กน้อย     แน่นอนว่าเขาก็เป็นหนึ่งในหน่วยพิเศษที่ถูกฝึกมาอย่างหนักเหมือนคนอื่นๆในหน่วย แต่กับ หัวหน้าของเขาแล้ว ซึ่งในหน่วยให้ฉายาว่า หมีดำอำมหิต แค่เขากล้าเถียงและสบตาด้วย ก็นับว่ามีความกล้าหาญมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าแล้ว

ในขณะที่ คนทั้งห้าแยกกันเป็นสองกลุ่ม ฝ่าความมืด และเหม็นอับของท่อระบายน้ำขนาดยักษ์แห่ง มหานครAsternorth เพื่อตามล่าอะไรบางอย่างนั้น

ในเงามืดมุมหนึ่ง แม้ภายนอกจะเงียบกริบแต่เสียงหัวใจ ภายในตัวของเด็กหนุ่ม เต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ทั้งๆที่เจ้าตัวพยายามบังคับการหายใจ หอบแฮ่กของตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังแล้วก็ตาม แต่มันไม่ช่วยให้เขาหายตื้นเต้นกับเหตุการณ์ที่พึ่งจะผ่านมาเมื่อกี้ได้เลย
"ทำไมตูซวยอย่างนี้ฟะ..แค่กล่องประดับพลอยอันเดียว ต้องตามฆ่ากันเลยเหรอไง"  ยังไม่ทันสิ้นห้วงแห่งความคิด
ฟ้าวว!!!  วัตถุอะไรซักอย่างที่มีลักษณะเป็นลำแสงสีฟ้าพุ่งแหวกอากาศ เฉียดใบหน้าของเด็กหนุ่มหัวขโมยไปอย่างเส้นยาแดง
"นั่นมันอยู่ตรงนั้น จัดการมันเลยย เร็ว! " เสียงตะโกนมาจากบุรุษชุดสีดำ พร้อมปืนเรืองแสง 3 นาย ที่วิ่งมาพร้อมตั้งท่ายิง หมายเอาชีวิต หัวขโมยตัวแสบ
ฟ้าวว เฟี้ยวว ฟาวว ลำแสงสีฟ้าฟุ่งปัก กำแพงของอุโมงระบายน้ำ ไปอย่างฉิวเฉียด นี่ถ้าไม่ใช่เพราะความมืดและความไวของหัวขโมยแล้ว คงมีหวังได้เป็นบาบีคิวย่างแน่ๆ
เด็กหนุ่มไม่รอช้าวิ่งหนีสุดชีวิต ด้วยทักษะฝีเท้าของหัวขโมยที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับความชำนาญในการวิ่งในที่มืด ถึงแม้หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายแห่ง Asternorth ก้อไม่อาจจะตามทันได้โดยง่าย
หัวขโมยวิ่งมาจนสุดทางระบายน้ำ "ซวยแล้ว ซวยแน่ๆเลย พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยนู๋ด้วย" หัวขโมยหนุ่มคิดพลางหาทางรอดจาก มฤตยูพร้อมอาวุธครบมือ
..เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้..ใกล้เข้ามา.. คงไม่หนีไม่ทันเสียแล้ว "เอาวะตายเป็นตาย" หัวขโมยหนุ่มคิด หยิบมีดคู่กายพร้อมย่อตัวหมายประจันบาน
แต่ดูเหมือนในขณะเตรียมตัวเตรียมใจตายนั้นมีอะไรบางอย่าง กระโจนใส่ตัวเขาอย่างรวดเร็ว จนเขาและวัตถุลึกลับนั้นตกลงไปในทางระบายน้ำโสโครกตรงกลาง ระหว่างทางเดิน แรงกระแทกนั้นแรงจนเด็กหนุ่มแทบกระอัก หัวของเขากระแทกขอบผนังบ่อระบายน้ำ และ สติเริ่มเลือนลงในช้าๆ
ได้ยินเพียงเสียงสุดท้ายตะโกนด้วยความแค้น "มันหายไปไหนอีกแล้ว !! เจ็บใจนัก วิทยุไปให้ส่งกำลังมาเพิ่ม แล้วแยกกันตามล่ามันให้ได้!!!"
สิ้นเสียงสติของเด็กหนุ่มหัวขโมยดับวูบลงในที่สุด..

PS. แต่งเรื่อยๆวันละนิดละหน่อยนะตามเแต่เวลาอำนวยแหะๆ เรามือใหม่หัดแต่งหากผิดพลาดก้อขออภัยมา ในที่นี้ด้วย
หากมีข้อแนะนำติชม หรือสมัคร ร่วมเป็นตัวละคร เชิญได้ที่ กระทู้นี้เลยจ้า จิ้มโลด

PS2.หากใครไม่สามารถอ่านที่บอร์ดนี้ได้หรือจะแนะนำลิงค์ให้ชาวบ้านอ่าน เราเอาไปแปะไว้ที่ Dek-d แล้วเน้อ เชิญติดตามอ่านได้ที่นี่จ้า WOD@Dek-D

Last edited by myperception (2007-03-14 23:41:38)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#2 2007-01-09 16:46:42

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

EP:02 The Last Hope
นานมาแล้ว...ที่ดาวดวงนี้ ถูกรุกรานโดยจักรวรรดิ์แห่งจักรกล หรือที่รู้จักกันในนาม Accretian Empire
ไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดมันได้ ด้วยกองทัพเครื่องจักรสังหารขนาดมหึมา เข้ายึดทรัพยากรอันเป็นพลังงานหล่อเลี้ยงพวกมัน และทำลายล้างสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งที่คิดจะต่อต้าน
เผ่าพันธ์ศักดิ์สิทธิ์สุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่แห่งจักรวาล Crorona เผ่าพันธ์สุดท้ายของความหวัง  "Cora" ผู้ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติมาช้านาน บัดนี้สงครามครั้งสุดท้ายที่ชาว Cora ได้รวมพลังกันขึ้นสู้กับ กองทัพจักรกลสังหาร กำลังจะสิ้นสุดลง พร้อมกับความปราชัยและพินาศ ย่อยยับของเผ่าพันธ์ศักดิ์สิทธ์
สงครามที่กินเวลาถึง 100ปี สงครามที่ไม่อาจเลือกได้ ..

หากจะเล่าย้อนไป  เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีที่ผ่านมา มีวัตถุลึกลับจากฟากฟ้า จำนวนมากร่อนลงสู่ที่เมือง Kisone ในมลรัฐ Sakesina ทางด้านแถบตะวันออกของดาวเคราะห์แห่งนี้ และแล้วโศกนาฎกรรมก็ได้เกิดขึ้น เมื่อเหล่าอมนุษย์จักรกล ได้เข่นฆ่าและเข้ายึดครองทรัพยากรอันมีค่าของดาวเคราะห์แห่งนี้ไปจนหมดสิ้น มันรู้จักเพียงแต่การฆ่าและทำลายเท่านั้น
เมื่อรัฐบาลกลางแห่งเดียวที่ปกครองทุกมลรัฐแห่งดาวเคราะห์นี้ ประกาศให้เมือง Kisone เป็นเขตสงคราม และประกาศกฏอัยการศึก มหาสงครามที่กินระยะเวลายาวนานถึง 100 ปีก็ได้อุบัติขึ้น

และเนื่องจากชาวเผ่า Cora เป็นเผ่าที่รักความสงบ และเกลียดการฆ่าฟันกัน จึงไม่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการรบมากนัก กองกำลังทหารส่วนใหญ่จึงใช้แต่ความสามารถพิเศษที่ติดตัวมาของชาว Cora นั่นคือ อำนาจในการใช้มนตรา หรือคือการยืมพลังจากธรรมชาติมาใช้ นั่นเอง

ซึ่งผลจากสงครามที่จำนวนทหารและเทคโนโลยีที่ด้อยกว่าศัตรูทำให้เผ่าศักดิ์สิทธิ์สูญเสียกองกำลังไปเป็นจำนวนมาก สงครามได้เข่นฆ่าผู้คนและลุกลากมาจนถึงเมืองหลวงแห่งดาวเคราะห์อันสงบสุขนี้ในที่สุด

บัดนี้เมื่อกองกำลังสุดท้ายที่ยืนหยัดเพื่อเผ่าพันธ์กำลังจะพินาศลง มหาปราชญ์ Gildian ที่ปรึกษาอาวุโสแห่งสภาศักดิ์สิทธ์ ได้เสนอความเห็นอันมีมติเห็นชอบให้อพยบ
ผู้เหลือรอดและรัชทายาทองค์สุดท้ายแห่งกษัตริย์ Coranian ที่ 13 เจ้าหญิง Sofie เพื่อคงไว้เพื่อเผ่าพันธ์


แม้ว่าชาว Cora เองจะมีเทคโนโลยีระดับสูงที่ใช้ในการเดินทางสู่อวกาศได้มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถใช้ในการเดินทางท่องไปในอวกาสเป็นเวลายาวนานได้ จน กระทั่ง
มีการค้นพบยานอวกาศลึกลับของมนุษย์ต่างดาวที่ตกเมื่อ 1000 ปีก่อนในแถบบริเวณหัวโลกเหนือ โดยมีเสียงเล่าลือต่างๆนาๆว่ามีการค้นพบมนุษย์ต่างดาว แต่สภาสูงได้พยายามปกปิดเรื่องนี้มาโดยตลอด จนมันได้ถูกนำมาวิจัยค้นคว้าโดยวิศวกรชาว Cora โดยการสนับสนุนของมหาปราชญ์ Gildian
เมื่อสามร้อยปีที่ผ่านมา แม้จะโดนกล่าวหาและคัดค้านจากสภาสูงหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากต้องทุ่มงบประมาณ
จำนวนมากที่จะทำการดัดแปลงและพัฒนายาวอวกาศลึกลับนี้ให้ใช้ได้อีกครั้ง  ในที่สุดโครงการนี้ก็ได้ประสบผลสำเร็จเป็น
ในที่สุด แต่ยังมิได้มีการทดสอบยานลำนี้เลย เพราะเกิดเหตุสงครามอันเกิดจากการรุกรานจากจักรวรรดิ์จักรกลเสียก่อน
แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาเหลือเพียงพอที่จะทดสอบอีกแล้ว บางทีความหวังของเผ่าพันธ์ทั้งหมดอาจต้องฝากไว้ที่ยานเพียงลำเดียว
ก็ได้ ยานเพียงลำเดียวที่จะพาเหล่าผู้เหลือรอดหนีไปจากมฤตยูผู้รุกรานได้ ยาน..Nirvana...

Nirvana เป็นยานทรงกระสวยที่มีสีขาวทั้งลำ ประดับด้วยลวดลายวิจิตรในแบบฉบับศิลปะของชาว Cora สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดของยานลำนี้คือขนาดของมัน ซึ่งเทียบเท่ากับเมืองเล็กๆเมืองนึงเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี
ระบบการจำลองสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมให้ทำการเพาะปลูกได้ และยิ่งไปกว่านั้นคือเครื่องยนต์โซล่าไฮโดรจินิค
ที่ขับเตลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจนและพลังงานแสงจากดาวฤกษ์ โดยที่ความเร็วของยานลำนี้สามารถเดินทางได้ในระดับความเร็วแสงเลยทีเดียว..

ภายในอาคาร ณ สถานีส่งยานแห่งสุดท้ายที่ยังไม่ถูกทำลาย..

"หญิงไม่ไป!!! ถ้าเสด็จพ่ออยู่ หญิงก็ขออยู่ สู้ตายเพื่อประชาชนเยี่ยงพระองค์!!" ผู้มีพระสิริโฉมงดงามดุจเทพธิดา เอ่ยพร้อมกรรแสงอาบสองแก้ม แต่แววตากลับมุ่งมั่นผิดกับพระพักต์ที่ดูไร้เดียงสาและเยาว์วัยของพระองค์

"ลูกหญิง เราไม่มีทางเลือกอีกแล้ว ลูกอย่าได้ทำให้พ่อต้องทุกข์ใจไปกว่านี้เลย" มหาราชองค์ที่ 13 แห่งราชวงศ์ Coronian ทรงตรัสกลับ

"ยังไง หญิงก็ขอยืนยันคำเดิมค่ะ ถ้าเสด็จพ่อและประชาชนอยู่ หญิงก็จะไม่ไปไหนทั้งสิ้น เสด็จพ่อจะให้หญิงเอาแต่ขลาด หนีเอาตัวรอดคนเดียวยังไง เพคะ" องค์หญิงตัวดี ตรัสกลับ

"อย่างนั้นพ่อคงไม่มีทางเลือก..." พระราชาตรัสพร้อมพยักหน้าให้ มหาดเล็กคนสนิท
ตุ้บ!! สิ้นเสียงร่างอันบอบบางขององค์หญิงกระตุก พร้อมสติเลือนหาย เพราะ แรงหมัดชกเข้าที่ท้องเพียงครั้งเดียว

"เราฝาก Sofie และชะตากรรมที่เหลือของ cora ไว้แก่ท่านด้วยนะ Sephiroth.."

"พระองค์อย่าทรงเป็นกังวลไปเลย หม่อมชั้นจะขอเดิมพันด้วยชีวิต ดูแลสิ่งสำคัญทั้งสองเองพระย่ะคะ   แต่พระองค์จะไม่ทรง..." มหาดเล็กหนุ่มรูปงามเอ่ยในขณะที่อุ้มร่างของเทพธิดาน้อยแห่งcora ไว้ด้วยแขนทั้งสองของตน

"พอแล้ว.. เราตัดสินใจแล้ว อย่าได้กังวลเลย ความตายเป็นแค่สายลม หากเราทิ้งประชนและกองกำลังที่คิดจะอยู่ต้านรับครั้งสุดท้ายในตอนนี้ไป เราคงไม่มีหน้าไปมองเสด็จพ่อ และ ปฐมกษัตริย์ ได้อีกต่อไป..' พระราชาทรงตรัสด้วยความห้าวหาญ แตพระหทัยของพระองค์นั้นไม่อาจคลายลงจากความเป็นห่วงลูกสาวและชะตากรรมของเผ่าพันธ์ได้แม้แต่น้อย

"หม่อมชั้น เกรงว่า เราจะไม่มีเวลาแล้วนะพระองค์..." ชายชราร่างสูงโปร่ง ในเสื้อคลุมสีขาวภูมิฐาน แต่กลับแข็งแร็งผิดกับอายุ เอ่ยขึ้นในที่สุด

"อย่างนั้นก็เตรียมดำเนินการเถิด Gildian ท่านจงนำชะตากรรมที่เหลือแทนเราทีเถิด.." พระราชาตรัส เสร็จแล้วหันพระองค์กลับเดินไปสู่ประตูทางออกจาก
สถานีส่งยานแห่งสุดท้าย ตามชื่อของมัน The Last หรือนี่จะหมายถึงชะตากรรมสุดท้ายของเผ่าพงค์เราจริงๆ.. พระองค์คิด พลางน้ำใสไหลลงอาบสองแก้ม

ทุกสิ่งทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้แล้วในยานอวกาศ Nirvana  ไม่นานหลังจากพระราชาเสด็จกลับไปเพื่อเตรียมการรบครั้งสุดท้าย
นักบินเตรียมนับถอยหลังเพื่อปล่อยยานสู่ห้วงอวกาศ แต่จุดมุ่งหมายในครั้งนี้คือ...โชคชะตา

Last edited by myperception (2007-01-14 01:27:25)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#3 2007-01-09 17:02:47

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

มาช่วยจ้า ตรง

"ยังไง หญิงก็ขอยืนยันคำเดิมค่ะ ถ้าเสด็จพ่อและประชาชนอยู่ หญิงก็จะไม่ไปไหนทั้งสิ้น เสด็จพ่อจะให้หญิงเอาแต่ขลาด หนีเอาตัวรอดคนเดียวยังไง เพคะ" องค์หญิงตัวดี ตรัสกลับ

ตัวดีมันเหมือนใช้กับคนไม่ดีเลยอะ แบบจอมแสบไรประมาณนี้?

แล้วตรง บทแรก ย่อหน้า 2 เชี่ยวกราด นี่ตั้งใจปะจ๊ะ อ่านแล้วงงว่าหมายถึงอะไร

สนุกดีนะพูห์ (หรือน้อง?) จะมารออ่านต่อ อิอิ


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

#4 2007-01-09 17:06:45

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ฮ่าๆต้องอ่านต่อไปว่าทำไมถึงเรียกว่าตัวดี tongue เชี่ยวกราด หมายถึงฝึกฝนอย่างหนักอ่ะสงสัยจะใช้ภาษาเข้าใจยากไปเดี๋ยวจะเปลี่ยนดูจ้า
PS.เรื่องนี้เป็น fiction เรื่องแรกที่แต่งเลยนะเนี่ยทุ่มทุนสร้างไหม lol แต่จะพยายามทำให้มันมีหลายๆแนวยำๆกันมั่วดีอิอิ ยังไงขอบใจหลินและทุกท่านที่ให้กำลังใจเด้อ ^^

Last edited by myperception (2007-01-09 17:10:07)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#5 2007-01-09 17:44:20

taylor
Don't call me shirley
Registered: 2006-11-20
Posts: 397

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

แวะมาเชียร์ 5555


http://img229.imageshack.us/img229/4731/thrfworldmapfx5.jpg

Offline

 

#6 2007-01-09 22:51:25

Hammy
สมาชิก
From: M-78
Registered: 2006-10-05
Posts: 982

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

แวะมากัด - 3 -

Offline

 

#7 2007-01-09 23:15:51

modkid
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 375

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

Sefiroth ใช่ Sephiroth FF7 เป่าหว่า


Non mihi, non tibi, sed nobis
Name : MoDKiD
Race : Cora

Offline

 

#8 2007-01-09 23:34:35

bnplay
Banned
From: K-ON BU..~ fuwa fuwa time~*
Registered: 2006-11-21
Posts: 2167
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เปิดรับสมัครตัวละครไหมพี่ - -+


17 p.m. - 19 p.m. OFF LINE Status รออัพเดต sig กิล ลิโป้ ช้านสึดยอด 032 ปวดท้องจัง014
http://i201.photobucket.com/albums/aa283/bnplay/manakana.gifhttp://i201.photobucket.com/albums/aa283/bnplay/932d6fff22afb8bd046a022c4703dbcf2.jpg

Offline

 

#9 2007-01-09 23:52:52

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

modkid wrote:

Sefiroth ใช่ Sephiroth FF7 เป่าหว่า

แหะๆยืมมาแบบว่านึกชื่อไม่ออกง่ะ T-Tแต่เขียนชื่อผิดเดี๋ยวแก้ก่อน tongue

Last edited by myperception (2007-01-10 01:50:20)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#10 2007-01-10 01:23:17

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

EP:03 สงครามศักดิ์สิทธ์

ตึงง!! ตึง!! ตึง !!! เสียงกลองรบลั่นระรัว ตามธรรมเนียมการรบแต่โบราณการณ์ที่ใช้เป็นสัญญาณให้พร้อมประจัญบาน
เสียงแตรร้องกึกก้อง ตัดเสียงกลอง กังวาน ไปทั่วทั้งสมรภูมิ สิ้นเสียงสัญาณ ธนูเพลิงนับแสนลูกแหวก อากาศ ข้ามกองทหารเดินเท้าแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
หมายเพื่อสังหารศัตรูเบื้องหน้า เปลวเพลิงจากลูกศร ทะยานแหวกว่ายในอากาศไม่หยุดหย่อน ย้อมท้องฟ้ายามราตรีอันเงียบสงบ จนเป็นสีแดงฉาน

ศรเพลิงกระทบสู่เป้าหมาย เสียงประทะของแร่อันดามันเทียมจาก ปลายศร กระทบกับโล่โลหะลึกลับของกองทัพจักรกล เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
แต่เครื่องจักรสังหารเหล่านั้นหาเกรงกลัวไม่ หากเพราะมันไม่รู้ว่าความตาย ยังคงเดินหน้าฝ่ากองเพลิงซึ่งบัดนี้ลุกโหมกระหน่ำอยู่เบื้องหน้า อย่างไม่แยแสต่อสิ่งใด รู้เพียงว่ามีเป้าหมายที่ต้องสังหารทิ้งเท่านั้น และนี่คือเกมของนักล่าเ!!

เหล่าจักรกลสังหารยังคงเดินทัพต่อไปหมายมุ่งเพื่อเข้าตีแหล่งที่มั่นสุดท้ายของดาวดวงนี้  ปราการแห่งไอซิส!! ซึ่งถูกส้รางขึ้นมาเมื่อสิบล้านปีก่อนในยุคที่วิทยาการของเหล่าพันธ์ศักดิ์สิทธ์ยังไม่กำเนิด ว่ากันว่าสร้างขึ้นเพื่อบูชา เทวีIsis อันเป็นทวยเทพที่ชาว cora ให้การนับถืออย่างสูงองค์หนึ่ง ในฐานะ มารดาแห่งเวทย์มนต์ และเทพผู้ปกป้อง

ปราการไอซิสเป็นวิทยาการโบราณที่ผสานกับเวทย์มนต์ชั้นสูงของชาว cora ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่แม้แต่ มหาปราชณ์ผู้รอบรู้อย่าง Gildian ก็มิอาจล่วงรู้ถึงพลังอันแท้จริงได้
ปราการสีดำทมึนที่มีกำแพงทอดยาวจนสุดสายตา จรดกับขุนเขา Espirate เขาที่โอบล้อมนครOsinos รอบด้าน ปราการแห่งไอซิส จึงเป็นเพียงทางเข้าเดียวสู่ นครหลวงศักดิ์สิทธ์ แห่งดาวดวงนี้ได้ และที่นี่คือที่ต้านสุดท้ายของเผ่าพันธ์แห่งเทพ

ตัวปราการสีดำดูน่าเกรงขามมีรูป เทวีไอซิส ขนาดใหญ่อยู่เบื้องบน รายล้อมด้วยสัตว์เทพเจ้าอยู่รอบกำแพง และรูปปั้นแปลกประหลาด คล้ายชาว cora แต่หัวกลับเป็นสุนัข ในมือถือดาบคู่ ยืนเรียงข้างกำแพงเป็นแนวยาว ชวนน่าพิศวงและขนลุกไปพร้อมกัน

มหาราช Coranian ที่ 13 ยืนอยู่เบื้องหน้าเทวีแห่งมนตรา ฉลองพระองค์ด้วยชุดเกราะหนัก อาวุธคุ่กาย คือดาบคู่ฉลุลายวิจิตรโบราณที่สืบทอดกันมานานนับ ล้านปีจากปฐมกษัตริย์พระองค์แรก ในพระหัตถ์ขวา ถือจี้ที่มีวัตถุคล้ายอัญมณีสีแดงเลือด ยามต้องไฟชวนหลงไหลอย่างประหลาด
"พระบิดา สิ่งที่บรรพบุรษพยากรณ์ได้เกิดขึ้นแล้ว และนี่คงเป็นสาระสุดท้ายของเผ่าพันธ์เรา แต่ลูกขอให้สัญญาแม้ร่างกายนี้จะแหลกเหลว จนไม่เหลือซาก แต่จะไม่ยอมก้มหัวข้อร้องชีวิตแก่พวกมันอย่างเด็ดขาด" พระราชาทรงตัดพ้อพร้อมกับกำพระหัตถ์แน่น

"จวนถึงระยะประชิดแล้วพระองค์ โปรดทรงให้สัญญาณประจัญบานเถิดพระย่ะค่ะ.." บุรุษร่างกายกำยำสวมเกราะสีทองมันปลาบ มือขวาถือโล่ยักษ์สีเดียวกับเกราะ เอ่ยขึ้น

"ท่านจงไปนำทัพหน้ากับเราเถิด Versus" พระราชาตรัส
"แต่พระองค์.." แม่ทัพแห่งหน่วยพิทักษ์ศักดิ์สิทธ์ กล่าวแย้งเพราะไม่ต้องการให้พระราชาซึ่งเป็นขวัญกำลังใจของทหารออกไปเสี่ยงในทัพหน้ากับตน

"ไม่ต้องแต่แล้ว ยังไงเราก็ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาในสมรภูมิ ที่ทุ่ง elginos ท่านก็พอรู้ฝีมือเราไม่ใช่หรือ  ถ้าจะตายข้าขอตายคู่กับสหายร่วมรบอย่างท่านดีกว่า" พระราชาทรงยิ้มที่มุมปาก แววตาบัดนี้แข็งกร้าวและดูมุ่งมั่น

"นั่นมันเมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนี้เหตุการณ์มันต่างกัน พระ.." แม่ทัพ Versus รีบแย้งแต่ยังไม่ทันขาดคำ พระราชาผู้หาญกล้าทรงเสด็จลงไปจากปราการเพื่อเตรียมม้าศึกคู่พระองค์เสียแล้ว

แม่ทัพได้แต่ส่ายหน้า เพราะรู้ดีในความดื้อรั้นของพระองค์ว่าไม่มีใครกำราบได้ จะมีก็เพียงองค์เดียว คือเสด็จราชินีที่สวรรค์คตไปก่อนหน้านี้เมื่อ 100 ปีที่แล้วเท่านั้น

เสียงกระหึ่มจากการเดินทัพของจักรวรรดิ์จักรกล ดังเข้ามาใกล้ทุกขณะ แม้เบื้องหน้าลิบๆนั้นจะมีแต่กองเปลวเพลิงที่จุดไว้เพื่อต้านข้าศึก แต่ก็พอสังเกตเห็น
ตัวของพวกมันได้ จักรกลสังหารเหล่านั้นรูปร่างสูงโปร่งกว่าชาว cora เยอะนัก ลำตัวประกอบด้วยสิ่งที่คล้ายโลหะหนัก ไม่รู้ว่าส่วนใดคือตัวของมันส่วนใดคือชุดเกราะ เพราะไม่อาจแยกออกจากกันได้ แต่ที่ใบหน้านั้นมีเพียงสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นดวงตาของมัน เพียงดวงเดียว
ส่องประกายปราบๆ ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก
เหล่าจักรกลยังคงเดินฝ่าทะเลเพลิงออกมาโดยไม่สนใจพวกพ้องที่ล้มลงเพราะธนูเพลิงหรือ ระเบิดเพราะความร้อนจากเปลวไฟ แต่อย่างใด เหมือนกับไร้ซึ่งความรู้สึกและความกลัวใดๆทั้งสิ้น

พระราชาทรงม้าศึกคู่พระองค์พร้อมชูดาบคู่สีดำสนิทขึ้นสองข้าง ที่คอปรากฏจี้ ลึกลับสีแดง ส่องเป็นประกาย ดุจประกายแห่งความหวังของทวยเทพ
"ทุกท่านในที่นี้ มีครอบครัว มีลูก มีภรรยา ที่ท่านรักและห่วงอยู่เบื้องหลัง แต่ท่านอย่าได้กังวลพวกเขาเหล่านั้นจะปลอดภัยภายใต้การนำของท่าน Gildian เพื่อแสวงหาที่ปลอดภัยแก่เผ่าพันธ์เรา และวันนี้ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รบเคียงข้างพวกท่านอีกครั้ง แม้ร่างกายของข้าและท่านจะดับสูญไม่เหลือซาก แต่มันจะสถิตอยู่ในใจของลูกหลานเราตลอดไป จงไปสำแดงพลังให้พวกอมุษย์เหล่านั้นเห็นกันเถอะ.!!!"
พระราชาตรัส

แม่ทัพ Versus ตะโกนตาม "สู้แค่ตาย!!" พร้อมเสียงเฮกระหึ่มดังกึกก้องจากทั่วสารทิศ จนชวนขนลุกขนพอง
สิ้นเสียงตรัส พระราชาทรงควบม้าสึกนำทัพมุ่ฝทะยานสู่สมรภูมิเบื้องหน้า โดยมีแม่ทัพ Versus และเหล่าทหารหาญแห่งทัพทะลวงฟัน พุ่งทะยานตามมาอย่างไม่กริ่งเกรงต่อความตายแม้เล็กน้อย

เหล่าจักรกลสังหารเห็นข้าศึกวิ่งเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดถึงกับหยุดชะงักชั่วคราว แต่เสียงแหลมเล็กของผู้นำของมันก็ส่งสัญญาณให้บุกโดยพร้อมกัน
มันจึงวิ่งทะยานพุ่งเขาประทะกับเหล่าเผ่าพันธ์เทพเบื้องหน้า

ตูม!!!เสียงประทะกันของกองกำลังทั้งสองฝ่าย เมื่อประอาวุธเข้าห้ำกั่นกัน...ท้องนภามืดมิด ดวงดาราดูแสงอ่อนแรงแต่ราตรีนี้คงอีกยาวนานนัก...

Last edited by myperception (2007-01-13 15:28:01)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#11 2007-01-10 05:28:29

KookGo
สมาชิก
From: What time is it now**2PM**
Registered: 2006-10-09
Posts: 307

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เข้ามาอ่าน
ไม่อยากจะเชื่อว่าแต่งเป็นครั้งแรก!!! อ่านFicมาก็หลายเรื่อง
เนื้อเรื่องแต่งได้สนุกดีค่ะ  ชอบๆ ขยันอัพบ่อยๆเน้อ เด๋วจะมาเป็นแฟนประจำ cool


http://i149.photobucket.com/albums/s71/KookGo/123copy.jpg

Offline

 

#12 2007-01-11 00:12:50

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

EP:04 โจรกระจอก

แสงอรุณยามเช้าทอแสงอ่อนๆ ส่องกระทบใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้มีประกายผมสีแดงเพลิง รับกับใบหน้าที่ยามนี้ดูสะอาดสะอ้านผิดแผกไปจาก ปกติ ที่เจ้าตัวมักปล่อยให้เปรอะเปื้อนอย่างไม่ใส่ใจเป็นประจำ เจ้าหนุ่มผมสีเพลิงค่อยๆกระเพื่อมตาขึ้นอย่างช้าๆ เพราะแสงแดดที่แยงเข้ามาจากหน้าต่าง ภาพในห้องค่อยๆชัดเจนขึ้น เขาพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ตอนนี้รู้สึกไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและปวดหัวตึบๆ
"ตื่นแล้วหรอเจ้าหนุ  รู้ตัวไหมว่าหลับปุ๋ยไปกี่วันแล้ว ข้าล่ะนึกว่าต้องเสียตังค่าทำศพไร้ญาติอีกซะแล้ว ฮ่าๆๆ"  เจ้าของเสียงที่ทักทายมานั้น หัวเราะอย่างชอบใจ
เด็กหนุ่มหันหวับไปยังต้นเสียงพร้อมคว้าหมับที่ขาด้านขวาหมายดึงเอามีดสั้นคู่ใจออกจากปลอก ตามสัญชาติญาณระวังภัยของหัวขโมยพเนจร

"หาไอ้นี่อยู่เหรอไง" ชายเลยวัยกลางคนเจ้าของเสียง ยกมีดพกขนาดพอเหมาะแต่มีรอยบิ่นและสึกหรอเหมือนผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก ขึ้นส่องดู ด้วยแววตาขบขัน

"ก..แก..เอ้ย ลุงเป็นใคร..แล้วที่นี่ที่ไหน..แก เอ้ยลุงต้องการอะไรจากข้า!!" หัวขโมยผมสีเพลิงเอ่ยขึ้นพร้อม จ้องขวับไปที่ภาพของชายวัยกลางคน ทั้งผมและเคราสีเทา ตัดกับใบหน้าที่สีแดงก่ำที่แลดูเหมือนจะหัวเราะอยู่ตลอดเวลา ส่วนตัวนั้นใส่เสื้อยืดสีขาวและชุดเอี๊ยมสีน้ำตาล ขนาดพอดีตัว รูปร่างตุ้ยนุ้ยพุงพลุ้ยเหมือนคนแก่ใจดีทั่วๆไป

"แหมไม่ต้องจ้องข้าขนาดนั้นหรอกไอ้หนู ถึงข้าจะดูหล่อขนาดนี้แต่ข้าก็ไม่นิยมไม้ป่าเดียวกันหรอกนะ.." คุณลุงตุ้ยนุ้ยพูดเสร็จพลางหัวเราะ
แล้วเก็บมีดเข้าปลอก โยนส่งคืนให้หัวขโมยที่นั่งจ้องเขม็งอยู่บนเตียงอย่างไม่ใส่ใจ  หัวขโมยหนุ่มรับมีดขวับ ่ชายแก่เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ไม้โอ๊คที่มีโต๊กลมวางอยู่คู่กัน บนโต๊ะมีกาน้ำชาสมุนไพรพร้อมถ้วยชาทำจากดินเผาเรียบๆ ชายแก่รินน้ำชาสมุนไพรร้อนๆหอมกลุ่มใส่แก้วดินเผาแล้วยกขึ้นจิบ

"ลุงไม่กลัวข้าหรอไงถึงเอามีดโยนมาให้ข้าแบบนี้..."

ลุงอ้วนหัวเราะพรืดด จนสำลักน้ำชาที่เจ้าตัวกำลังดื่มอยู่ "กลัวเอ็งเนี่ยนะ ฮ่าๆ ดูสภาพตัวเองซะก่อนเถอะแค่ลุกขึ้นเดินยังไม่ไหวเลยมั้งฮ่าๆ"

"อย่าดูถุกกันนะลุงเห็นแบบนี้ก้อเหอะแต่จริงๆแล้วข้าน่ะเป็น.."

"โจรกระจอก ใช่ไหมล่ะ" ลุงอ้วนขี้เล่นเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ยังคงซดชาสมุนไพรต่อไปอย่างสบายอารมณ์

"ข้าไม่ใช่โจรกระจอกนะเฟ้ย แล้ว ล..ลุงเป็นสายของตำรวจหรอ!!" เจ้าของฉายาโจรกระจอกเ่อ่ยอย่างลุกลี้ลุกลน

"โอนอกจากเป็นโจรกระจอกแล้วยังซื่อบื้ออีก มิน่าถึงมานอนแอ้งแม้งอยู่ในบ้านข้าตั้ง3วัน ฮ่าๆๆ"
"นี่เจ้าหนู ถ้าข้าเป็นส่งเป็นสายตำรวจจริง เจ้าไม่ไปนอนในซังเตแล้ว"

"เออจริงด้วยแหะๆ ข้าลืมคิดไป ว่าแต่..เอ่อ..ลุงเห็นของบางอย่างที่ติดตัวมากับข้าบ้างไหม..แล้ว.."

"อ้อ..กล่องซังกระบ๊วยนั่นน่ะหรอ..ข้าว่าข้าโยนทิ้งถังขยะไปแล้วมั้ง" ลุงอ้วนทำหน้าเหมือนจะครุ่นคิด

"หาาา..เฮ้ยลุงทำไมโยนทิ้งของชาวบ้านเขามั่วซั่วได้ยังไงล่ะ..ข้าอุตส่าห์ขโม..เอ่อหามาตั้งนาน นะ" โจรกระจอกชักฉุนกึ้ก เพราะของสำคัญที่อุตส่าเอาชีวิตเข้าแลก ดันถุกตาลุงจอมเพี้ยนโยนทิ้งถังขยะซะได้

"แหมๆข้าพูดเล่นน่ะ ทำจริงจังไปได้ตัวแค่นี้เองเดี๋ยวก้อแก่เร็วหรอก เอ้านี่ข้าเก็บไว้ให้หรอกน่า" ลุงอ้วนเอามือล้วงกระเป๋าหน้าเอี้ยมขลุกๆ แล้วดึงเอากล่องเหล็กประหลาดสีดำฉลุลายอย่างวิจิตร ด้านบนฝังอัญมณีสีน้ำฟ้าอ่อนทรงรียาวไว ้แต่ดูเหมือนจะเป็นกล่องที่ออกจะประหลาดไปหน่อยเพราะไม่มีร่องรอยฝาพับให้เห็นว่าจะเปิดเอาของข้างในออกมาได้ยังไง

"ไอ้กล่องซังกระบ๊วยเนี่ยอ่ะนะที่ต้องตามล่าฆ่าแกงกันขนาดนี้"ชายแก่ทำหน้าเบ๊เมื่อพิศดูกล่องอีกครั้ง ก่อนจะยื่นส่งให้ เจ้าหนูผมเพลิงที่มีผ้าพันแผพันอยู่รอบหัว

"หูยขอบคุณมากลุงที่เก็บไว้ให้ข้า..เอว่าแต่ลุงรู้ได้ยังไงว่าฉันถูกตามล่า.."

"อ้อก้อข้าเห็นมันติดประกาศซะให้ทั่วเมือง" ว่าแล้วลุงอ้วนก้อเอามือล้วงขลุกๆที่กระเป๋าหน้าเอี๊ยมหยิบกระดาษยับๆใบหนึ่งยื่นให้ เด็กหนุ่มอ่าน

"ประกาศจับ ผู้ก่อการร้ายขโมยสมบัติล้ำค่าจากทางการใน งานเปิดตัวศูนย์เทคโนโลยีชั้นสูงแห่งราชอาณาจักร Edinbert ..ค่าหัว10ล้าน delant!!!
โอ้แม่เจ้าข้าทำงานทั้งชาติก็ไม่มีทางได้เลยนะเนี่ย*-*" หัวขโมยหนุ่มอุทานปนทึ่งกับค่าหัวของตัวเอง

"แล้วมันจริงหรือเปล่าที่เขาประกาศแบบนั้นน่ะ" ตาลุงขี้เล่นซักเป็นครั้งแรกตั้งแต่สนทนากันมา

"แหมหน้าอย่างข้าเนี่ยนะผู้ก่อการร้ายฮ่าๆๆๆขำกลิ้ง แค่บางเอิญไปแอบจิ้กของเขามาตะหาก แหมก้อลุงดูพลอยนี่ดิ เม็ดเบ้อเริ่มท่าจะขายได้ราคาหลายเลยแหละ หึหึหึ" โจรกระจอกผู้มีค่าหัว10ล้าน แยกเขี้ยวพลางถูมือไปมา อย่างชอบใจ

"เฮ้อข้าล่ะเชื่อแกเลยว่ะ...เออคุยมาตั้งนานแล้วไอ้หนูแกชื่อว่าอะไรหรอ ข้าชื่อว่า Zentacos นะ เรียกสั้นๆว่า Zen ก้อแล้วกัน"

"ข้าชื่อ..เอ่อเห็นแก่ที่ลุงดูเป็นคนดีช่วยข้าไว้แถมยังไม่จิ้กของข้าไปอีก ข้าจะบอกนามที่ยิ่งใหญ่ของข้าให้ฟัง ฮ่าๆๆ ข้า ชื่อ ว่า Rouge"

"เออชื่อเข้ากับหัวของเอ็งดีว่ะ แล้วนี่เรื่องมันเป็นไงมายังไงฮึถึงได้กลายเป็นผู้ก่อการร้ายระดับประเทศได้เนี่ย"

"คือ.ว่า..เรื่องมันยาวน่ะลุง..เรื่องมันเริ่มจาก.."

ก้อก ก้อก ก้อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตัดบทสนทนา "หรือว่าจะเป็นพวกหน่วยล่าสังหารตามมาถึงที่นี่" Rouge คิดในใจ เหงื่อเริ่มซึมตามตัว

ลุง Zen เดินไปที่ประตูไม้ตรงโถงกลางบ้าน ค่อยๆแง้มประตูออก พร้อมอุทานลั่นอย่างตกใจ เฮ้ยพวกแก!!!

to be continue...


ปล.วันนี้พอก่อนแหะๆพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไว้จะมาอัพใหม่จ้าอย่าเพิ่งเบื่อกันก่อนล่ะ ^^

Last edited by myperception (2007-01-13 18:28:30)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#13 2007-01-11 01:04:32

insanity
ผู้สนับสนุน
From: สุดขอบกระแสสังคม
Registered: 2006-10-02
Posts: 1689

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เช้ยเชย cora  ยังตีกลองออกรบอยู่อีก (มันแต่งมาได้ไงฟะ สงครามอวกาศ ตีกลอง เป่าแตรออกศึก ) เค้าเปิดสัญญานไซเร็นกันแล้ว ยานอวากาศ ยังมีเลย ยังมาเป่าแตรอยู่อีก


http://images.torrentmove.com/iz/message021.jpg

Offline

 

#14 2007-01-11 01:19:14

bnplay
Banned
From: K-ON BU..~ fuwa fuwa time~*
Registered: 2006-11-21
Posts: 2167
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

มันอาจะเปนกล่องที่สามารถได้ยินทั้ง race แบบไม่ต้องเกบ CP ก็ได้ครับ - -"


17 p.m. - 19 p.m. OFF LINE Status รออัพเดต sig กิล ลิโป้ ช้านสึดยอด 032 ปวดท้องจัง014
http://i201.photobucket.com/albums/aa283/bnplay/manakana.gifhttp://i201.photobucket.com/albums/aa283/bnplay/932d6fff22afb8bd046a022c4703dbcf2.jpg

Offline

 

#15 2007-01-11 01:35:10

kripguy
ที่สุดของแจ้
From: ขอเป้นยามฝ้ายโค ด้วยคนนะ
Registered: 2006-09-24
Posts: 1064

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ใช้คำสวยดีครับ แหะๆ แต่บางประโยคแอบสวยจนขำ 55+

Offline

 

#16 2007-01-11 02:02:45

Boss2919
สมาชิก
From: In Your Heart
Registered: 2006-10-18
Posts: 239

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ลองเอาไปลงเว็ป dek-d.com ดูสิ จะได้มีคนแนะนำเยอะดี


Name : VaLeNtA   lv 4x
ผมไม่รู้ ผมไม่สน ผมมันคนจน ผมขอซะคน ที่ ตามใจตนเอง
จากกลุ่มผู้ก็การร้าย 1 ใน อดีต gogo  ranger
http://i83.photobucket.com/albums/j313/ihasus/signature/Valenta03.jpg

Offline

 

#17 2007-01-11 15:18:46

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ขอบคุณทุกคำแนะนำจ้า
ปล1.แหมก้อมันยังมีเวทย์มนต์ใช้อยู่เลยนี่นาใช้กลองดูขลังดีออกหุหุหุ
ปล2.เย้มีแฟนประจำคนแรกแล้ว ขอบคุณ KookGo สุดสวยจ้ะที่ตามอ่านอิอิ


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#18 2007-01-11 16:07:07

geminus
Banned
Registered: 2006-10-02
Posts: 885

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ถ้าเป็น bellato ไม่เปิดหวอ กันให้วุ่น หรอ (โดยเฉพาะสาวๆ)


MAU - Massive Armor Unit
Guide : Easy to be Armor Rider
การกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะได้ผล 2 ด้าน ทั้งดีและไม่ดี ก่อนที่จะทำอะไร ขอให้คิดให้รอบคอบ

Offline

 

#19 2007-01-11 16:25:27

ittirit600
Banned
From: กากเทพ
Registered: 2006-10-19
Posts: 1452
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

^
^   lol


เสนาธิการ อิท ยศ กากเทพ ผู้ทรงคุณวุฒิ ค.ม.ช (คณะ...มนแห่งชาติ)
เกลียดพวกปากหมาจ้องกัด จ้องด่าชาวบ้านไปทั่ว คิดว่าตัวเองดีเหลือเกิน โถ ไอ้สาดดดดด
web portfolio : www.pejstudio.com

Offline

 

#20 2007-01-11 20:51:53

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

geminus wrote:

ถ้าเป็น bellato ไม่เปิดหวอ กันให้วุ่น หรอ (โดยเฉพาะสาวๆ)

งั้นไปเล่น Cora ดีก่ามะต้องเปิดหวอ


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

#21 2007-01-11 21:01:03

geminus
Banned
Registered: 2006-10-02
Posts: 885

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

อะนะ cora ก็เปิดใจแทนไง ^^ โอ้ว แจ่มจิง


MAU - Massive Armor Unit
Guide : Easy to be Armor Rider
การกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะได้ผล 2 ด้าน ทั้งดีและไม่ดี ก่อนที่จะทำอะไร ขอให้คิดให้รอบคอบ

Offline

 

#22 2007-01-13 07:24:49

tangzlol
สมาชิก
From: chachengsao
Registered: 2006-10-11
Posts: 400
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

โอ้ เรื่องหนุกดี แต่งต่อไวๆ น้า

เมื่อไรตัวละครผมจะได้ออกมั่งน่อ >"<


|  Accrecia |     LV     |   Class    |  Anti W32/Grean.N
|  [T]anGz   |    4X    |  Assaulter|http://images.torrentmove.com/ib/banner.gif
http://i83.photobucket.com/albums/j313/ihasus/signature/tang.jpghttp://www.alice.in.th/SLIF/_upload/alicesig/Beshingo.jpg

Offline

 

#23 2007-01-13 09:30:08

SilentAngelR
สมาชิก
Registered: 2006-11-08
Posts: 517

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ส่งพลัง N เข้าสู้
http://bestanime.co.kr/newAniData/HNY_i … img003.jpg
พลัง M ต่อ
http://bestanime.co.kr/newAniData/HNY_img/img/MAIOTOME%2B%2B/MAIOTOME%2B%2Bimg009.jpg

Last edited by SilentAngelR (2007-01-13 09:36:17)


เข้าใจความรู้สึก admin จริงๆ แฮะ กับการเป็นประธานทำข้อตกลงต่างๆ
อย่าเข้าไปยุ่งมากจะดีกว่าครับ ผมถอนตัวออกมาทันโดนลุกหลง
แต่ท่าน admin นี่โดนเต็มๆ น่าเห็นใจ

Offline

 

#24 2007-01-13 14:17:43

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

EP:05 เด็กปีศาจ

แกร๊ก ! เสียงปืนพกสีเงินมันขวับจ่อเข้าที่ขมับของชายชรา
" ไอ้แก่ !! อย่าขยับ อยู่เฉยๆไว้เดี๋ยวดีเอง !! เฮ้ยพวกแกยืนซื่อบื้อทำไมรีบเข้าไปค้นดูข้างในดิวะ !!! " ชายผู้ดูเหมือนเป็นหัวหน้าออกคำสั่ง ลูกน้องอีกสองคนที่
ไม่ได้ดั่งใจให้รีบทำงาน

Rouge ไหวตัวตั้งแต่เสียงลุง Zen อุทาน เขารีบไปซ่อนตัวในตู้ใหญ่ใบหนึ่งในห้องนอน แม้ร่างกายจะไร้เรี่ยวแรงแต่ยามต้องเอาชีวิตรอดก็เหมือนมีแรงฮึดขึ้นอย่างประหลาด หลังจากซ่อนตัวอย่างเงียบกริบตามสัญชาติญาณตีนแมว
เขาค่อยๆ สอดสายตามองออกไปทางรูเล็กๆที่ฝาตู้   ชายร่างกำยำคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องจัดการรื้อค้นทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า

"ข้าไม่มีสมบัติอะไรจะให้พวกแกปล้นหรอก ค้นไปก็เท่านั้น" ลุง Zen พูดกับหัวหน้าโจรในขณะที่ถูกปืนจี้ให้เดินตามเข้ามาในห้องนอน
พั้วว !! ชายผู้เป็นหัวหน้าโจรเอาด้ามปืนตบที่หน้าของชายชราจนร่างทรุดลงไปกองกับพื้น "หุบปากไอ้แก่ ใครให้แกออกความเห็นหา"

Rouge กันฟันกรอด ด้วยความแค้น จริงอยู่ถึงแม้จะไม่ได้เป็นญาติกับตาลุงกวนประสาทนั่นแต่ตาลุงนั่นก็เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขาไว้ ขโมยหนุ่มรู้สึกเดือดดาลในใจ จ้องมองภาพของชายฉกรรจ์รูปร่างผอมเกร็งไว้ผมทรงประหลาดคล้ายนกหัวขวาน ตามใบหน้ามีหมุดเจาะอยู่เต็มไปหมด
"ใจเย็นๆ Rouge รอให้มีจังหวะก่อนค่อยลงมือ.." หัวขโมยหนุ่มคิดปรามตัวเองไว้ไม่ให้ผลีผลามในยามที่เสียเปรียบอยู่

"ลูกพี่!! มาดูอะไรทางนี้หน่อย" เสียงลูกน้องอีกคนที่เข้าไปรื้อค้นในอีกห้องตะโกนให้หัวหน้าตนรีบมาดู
"เฮ้ยแกดูไอ้แก่นี่ไว้ดีๆล่ะเดี๋ยวข้าไปดูทางโน้นหน่อย" หัวหน้าโจรกำชับ
ชายร่างกำยำพยักหน้ารับคำสั่ง เอาปืนสั้นอีกกระบอกจ่อที่หัวของลุง Zen ที่ตอนนี้เอามือกุมขมับเพราะหัวแตกจากแรงฟาดด้วยด้ามปืนของโจรผู้เหี้ยมโหด

หัวหน้าโจรตะลึงกับภาพตรงหน้า สิ่งของในห้องเต็มไปด้วยอุปกรณ์แปลกประหลาด พร้อมกับวัตถุที่ไม่คุ้นตาเต็มไปหมด ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นบ้านของชายชราธรรมดาๆที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทห่างไกลนอกเมืองใหญ่
"ไหนแกเจออะไรมั่งวะ" ลูกพี่ใหญ่ซักด้วยความสนใจ
"ไอ้นี่เป็นยังไงมั่ง" ลูกพี่ใหญ่ตาลุกวาวเมื่อของที่ปรากฏในมือของลูกน้องคือผลึกแก้วสีเขียวคล้ายอัญมณีมีค่า ขนาดเขื่องส่องประกายสุกใส
"เออเข้าท่าว่ะ ท่าจะได้หลายราคา แต่อย่าลืมว่าเรามีงานที่ต้องทำรีบๆหาของให้เจอจะได้ไปก่อนที่ตำรวจจะแห่กันมา.." ลูกพี่ใหญ่กำชับ


ในขณะที่โจรร่างกำยำยืนถือปืนจ่อขมับชายชราเจ้าของบ้าน พร้อมเอ่ยถามแก้เซ็ง "เฮ้ยไอ้แก่ ในบ้านของแกยังมีใครอยู่ปีกป่าววะ หรือว่ามีหลานสาวเอ๊าะๆ ซ่อนอยู่ สนใจรับข้าเป็นหลานเขยมั้ยล่ะ ฮ่าๆๆ"

พลัก! Rouge ถีบประตูตู้ออกมาพร้อมปามีดสั้นคู่ใจอย่างแม่นยำใส่โจรคนหนึ่งที่ยืนถือปืนจี้ชายชราผู้มีพระคุณ

"อ้ากกก!" มีดเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำที่..บริเวณเป้ากางเกง  โจรผู้เคราะห์ร้ายพลันปล่อยปืนและมือกุมเป้าครวญคราวด้วยความเจ็บปวด
"แหะๆโทษทีนะพอดีข้าเล็งพลาดไปนิดนึง" Rouge พูดเสร็จเอาแจกันขนาดใหญ่ทุ่มใส่หัว เพล้งง!!  อั่ก!! โจรสื้นท่าหมดสติทันทีเพราะแรงกระแทกที่หัวบวกกับพิษจากบาดแผล

"เฮ้ยยไอ้ John !! แกกก!! อย่าอยู่เลย" หัวหน้าโจรที่วิ่งมาดูตามเสียงร้อง อุทานอย่างโกรธแค้นพร้อมเล็งปืนไปที่เด็กหนุ่มผมสีแดง ปัง! ปัง!! ปัง!!!
กระสุนขนาด.57 เจาะเข้าที่กลางลำตัวของเหยื่อสามนัด

"ลุง Zennnnnn" Rouge ร้องเสียงหลง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือชายชราเอาตัวเข้ารับกระสุนแทนเด็กหนุ่มไว้..
"ฮ่ะๆ แหม..ข..ข้า ว่าจะวิ..วิ่ง หลบอยู่แล้.ว เชียว..ดัน.โด..โดนแทน..เอ็ง..ได้..." ลุงZen กระตุกยิ้มเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนล้มลงกับพื้น
เด็กหนุ่มกับฟันกรอดดด้วยความเจ็บแค้น แม้จะเพิ่งเจอกันไม่นานแต่ก็ไม่เคยมีใครทำดีกับเขาขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
"ไอ้ลุงบ้าเอ้ยย.." Rouge ก้มหน้าลงพร้อมหัวเราะเบาๆ แต่กลับมีหยดน้ำใสๆร่วงลงพื้น

"ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวข้าจะส่งแกลงนรกไปพร้อมกับลุงสุดที่รักของแกเอง ฮี่ๆๆ" ปังงง!! เสียงปืนดังก้องทั่วทั้งห้อง พร้อมกับร่างไร้วิญญาณล้มฟุบลงจมกองเลือดที่พื้น   กลิ่นคาวเลือดฟุ้งไปทั่วห้อง.. ไร้เสียงใดๆ ไร้ความเคลื่อนไหวใดทั้งสิ้น

ภาพสุดท้ายที่ปรากฏคือเด็กหนุ่มผมสีแดงเพลิงยืนนิ่งไม่ขยับ ในมือถือมีดสั้นสีแดงที่ย้อมด้วยเลือด  ยืนก้มหน้าข้างๆร่างไร้วิญาณของโจรชั่ว ที่ต้นคอศพมีรอยแผลเหวอะหวะเหมือนถูกแรงกดของสิ่งมีคมด้วยความเร็วสูง

"ลูกพี่!!! John!! แก!! ไอ้เด็กปีศาจ" ชายร่างท้วมผู้เป็นหนึ่งในแก๊งโจรร้องลั่น พลันหวดกระสุนจากปืนสั้นใส่ร่างของเด็กหนุ่ม ปัง ปัง ปัง!!

"ไอ้เด็กปีศาจ.. ไอ้เด็กปีศาจ. ไอ้เด็กปีศาจ.. ไอ้เด็กปีศาจ.." เสียงสุดท้ายก้องอยู่ในหัวของเด็กหนุ่ม ก่อนสติจะเลือนหายเขาก้าวเท้าไปข้างร่างของผู้มีพระคุณและล้มลงในที่สุด..

to be continue..

Last edited by myperception (2007-01-13 14:44:00)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#25 2007-01-13 16:45:42

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

EP:06 กำแพงหินสุดท้ายแห่ง Osinos
"บิดาข้าคือขุนเขา มารดาข้าคือความมืด ธุลีแห่งอดีตกาล เปลวเพลิงแห่งศรัทธา ขอวิญญาณข้าจงลุกเป็นประกาย โปรดเถิดพระแม่แห่งมนตรา ขอพลังสถิตทั้งกายข้าและศาตราเพื่อเข่นข้าอริราชศัตรู" มหาราช Coronian ที่ 13 เปล่งวาจาเป็นภาษาโบราณพร้อมชูดาบคู่สีดำสนิทขึ้นไขว้เหนือพระเศียร

วูบบบบ เกิดควันสีดำไร้ที่มา ถูกดูดวูบเข้าไปในดาบคู่โบราณ เมื่อกลุ่มควันสีดำถูกสูบเข้าไปในดาบแล้ว พลันเกิดเปลวเพลิงสีดำสนิทดุจความมืดมิดของรัตติกาล ลุกโชนขึ้นที่ดาบทั้งสอง 

มหาราช Coronian ที่ 13 ควงดาบไขว้ไปมาพร้อม ทะยานอาชากระโจนสู่ข้าศึก พร้อมตวัดดาบในมือทั้งสองไปข้างหน้า ไขว้เป็นกากบาท แล้วยกพระหัตย์ตวัดออกด้านข้าง  ฉับพลัน!! เกิดเสียงร้องโหยโหนดังมาจากที่ไกลแสนไกล พร้อมกับหมอกสีดำสนิทจากพื้นคลุมทั่วบริเวณ
ของข้าศึกเบื้องหน้า เมื่อหมอกดำจางหายไป ภาพที่ปรากฏคือ กองธุลีสีดำจำนวนมาก ตามพื้นหญ้า แต่เหล่าจักรกลสังหารนับร้อยหายวับไปกับตา โดยปราศจากเสียงใดๆทั้งสิ้น
พระราชาทรงยิ้มพระสรวลเล็กน้อย ก่อนทะยานม้าคู่ใจใส่ข้าศึก ยามตวัดดาบเพลิงสีดำนั้น  ร่างของข้าศึกผู้เคราะห์ร้ายก็ถูกกระชากขาดครึ่งในทันที

ที่ขี่ม้าขับฝ่าข้าศึกมาข้างพระราชานั้นคคือ 1ใน10ของขุนพลแห่งกองทัพศักดิ์สิทธิ์ แม่ทัพแห่งกองกำลังพิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ Versus กำลังยกมือซ้ายขึ้นระดับอก ซักพักปรากฏดาบลึกลับนับสิบเล่ม ลอยอยู่วนอยู่เหนือหัว เมื่อเหยียดแขนไปเบื้องหน้า ดาบลึกลับทั้งสิบเล่ม พุ่งเข้าปักใส่ข้าศึก จนระเบิดเป็นจำนวนมาก

ทันใดนั้นหน่วยประจันบาญของจักรกลสังหารตนหนึ่งกระโจนเข้าใส่แม่ทัพจากด้านข้าง มันเงื้อดาบยักษ์หมายจะฟันให้ศัตรู ขาดครึ่งในครั้งเดียว
แม่ทัพแห่งกองกำลังพิทักษ์ไหวตัวทัน ตามสัญชาติญาณนักรบผู้กรำศึกมาช่ำชอง ใช้โล่สีทองที่ติดกับแขนข้างขวากระแทกรับดาบยักษ์ที่ฟาดลงมา จากด้านข้าง จนจักรกลสังหารตนนั้นเซถลาไปด้านหลัง โดยไม่รอช้าม้าศึกคู่กายดีดเท้าหลังใส่จักรกลเคราะห์ร้ายที่หัวซ้ำจนล้มลง และถูกหน่วยทะลวงฟันแห่งกองทัพสักดิ์สิทธ์ที่วิ่งตามมารุมสกัมจนชีพดับทันที...


สงครามยังดำเนินต่อไปยืดเยื้อเป็นเวลานาน จากรัตติกาลหนึ่งสู่อีกรัตติกาลหนึ่ง...
ทหารของทั้งสองฝ่ายห้ำห่ำกันจะล้มตายเป็นจำนวนมาก.. แต่ดูเหมือนฝ่ายของจักรวรรดิ์จักรกลจะไม่มีวันหมดสิ้นเพราะจำนวนที่มากกว่าศัตรูถึงสิบเท่าทยอยเข้าตีอย่างต่อเนื่อง
จนฝ่ายกองกำลังศักดิ์สิทธ์ซึ่งมีกำลังเฮือกสุดท้ายในมือเพียงห้าแสนนาย บัดนี้ได้ล้มตายเป็นจำนวนกว่าครึ่งแล้ว...

ในที่สุดทัพหน้าทะลวงฟันก็เหลือทหารอยู่เพียงห้านายที่ผลึกกำลังคุ้มกัน มหาราช Coronian ที่ 13 และแม่ทัพ Versus ภายใต้การปิดล้อมของอมนุษย์จักรกลสังหาร ทั้งหมดหันหลังชนกัน โดยมี พระราชาและแม่ทัพของตนอยู่ตรงกลาง หากพระราชาถูกปลงพระชนม์
ลงในตอนนี้กองทัพศักดิ์สิทธิ์คงแตกพ่ายย่อยยับทันทีเป็นแน่แท้ ทุกคนจึงขอสู้ตายถวายชีวิตแก่องค์เหนือหัวและแม่ทัพของตน
ทหารของทัพหน้าทะลวงฟันทุกคนนั้นสังกัดในหน่วยพิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่า Cora หรือที่เรียกกันในนาม The Gaurdian of Holy Kingdom
แต่ละนายจะใช้อาวุธคือดาบมือเดียวและโล่ขนาดใหญ่ในการป้องกันตัว ภายใต้การฝึกอย่างหฤโหดตั้งแต่เยาว์วัยจึงทำให้หน่วยนี้เป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของ
Cora มีหน้าที่โดยตรงคือเป็นทัพหน้าและคุ้มกันแม่ทัพในยามศึกสงคราม แม้ว่าจะมีเพียงทหารของหน่วยพิทักษ์ศักดิ์สิทธ์แค่คนเดียวด้วยความอึดมหาศาลทำให้สามารถล้มสักตรูได้เป็นร้อยคน จึงไม่แปลกเลยที่จะถูกตั้งสมญานามว่า หินผาแห่ง Osinos

แต่บัดนี้เมื่อหินผาแห่ง Osinos ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกราดอย่างหน่วยประจัญบาณของจัรวรรดิ์จักรกล กัดเซาะย่อมไม่อาจต้านทานได้ต่อไป ดุจเปลวเทียนดวงสุดท้ายที่ใกล้ดับแสงลงไปทุกขณะ

ในขณะที่สถานการณ์ตรึงเครียดเช่นนี้ทหารทุกนายย่อมรู้ดีว่าชีวิตของตนคงไม่อาจรักษาได้ต่อไป หวังเพียงปกป้องพระราชาอันเป็นที่รักยิ่งของตัวให้ได้นานที่สุดคงเพียงพอ
ทหารแห่งกองกำลังพิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้านาย ที่ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือที่สุดของกองกำลังนี้ที่ยังคงเหลือรอดชีวิตอยู่ จึงตัดสินใจ
คุกเข่าลงและใช้ดาบมือเดียวของตนปักลงที่พื้น..เพื่อยอมใช้ชีวิตของตนแลกกับสิ่งสุดท้ายที่กำลังจะทำ

"พวกเจ้าจะทำอะไร..หยุดเดี๋ยวนี้ อย่างมากเราก็ขอตายพร้อมกับเจ้า เราบอกให้หยุดไงนี่คือคำสั่ง!!" พระราชตรัสด้วยความตกใจเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่พวกทหารกล้าซึ่งร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาหลายสมรภูมิกำลังจะทำ

"พระองค์พวกเขาตัดสินใจแล้ว ขอให้พวกเขาได้ทำหน้าที่ในวาระสุดท้ายให้สมเกียรตด้วยเถิดพระย่ะค่ะ" แม่ทัพ Versus ทูลด้วยท่าทางเงียบขรึมแม้ในใจจะปวดร้าวที่เห็นเพื่อนที่เรียนร่วมรุ่นด้วยกันมาจะกำลังฆ่าตัวตายอยู่แท้ๆ

กองกำลังพิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือทั้งห้านาย ขัดต่อพระกระแสรับสั่งของพระราชาและยังคงนั่งนิ่งเงียบต่อไป
ในที่สุดจึงเปล่งเสียงขึ้นพร้อมกันเป็นมนตราภาษาโบราณ "พสุธาให้ชีวิตข้า!! มารดาผู้ให้กำเนิด !! ขุนเขาที่ข้าทูนเทิด !! ขอวอนเถิดสถิตข้า !! จงรับเอาทั่วทั้งกายา !! เป็นบรรณาการแก่ท่าน !! โปรดเถิดทวยเทพทุกชั้น !! จงกางกั้นพิทักษามนตราเทิญ!!!  สิ้นเสียงมนตรา เหมือนแผ่นดินจะไหวไปขณะหนึ่ง ชั่วอึดใจเกิดแสงออร่าแผ่เป็นวงกลมจากผืนดินขึ้นครอบเป็นโดมกลม สีขาวใส มนตราบทนี้เป็นมนต์ที่กองกำลังพิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ทุกคน รู้ดีว่าหากไม่จำเป็นถึงที่สุดแล้วจะไม่ใช้โดยเด็ดขาด เพราะมันจะสูบเอาพลังชีวิตของผู้ใช้ไปเรื่อยๆเพื่อสร้างกำแพงออร่าคุ้มกันตัวผู้ร่ายมนต์และบริเวณโดยรอบ โดยหากใช้เกิน ห้านาที พลังชีวิตของผู้ร่ายมนต์จะหมดไปนั่นคือ..ทำให้ผู้ใช้ตายในทันที แต่ด้วยจำนวนผู้ใช้พร้อมกันห้าคนนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากต้องฝึกฝนกันเป็นอย่างดีในการประสานใจเข้าด้วยกัน และจะสามารถอยู่ได้เพียง ยี่สิบนาทีเท่านั้น จึงเหมือนการฆ่าตัวตายโดยแท้เมื่ออยู่ภายใต้วงล้อมข้าศึกเช่นนี้ เพราะไม่รู้ว่าจะสามารถต้านนานได้เท่าไหร่ และคงไม่มีใครสามารถฝ่าวงล้อมข้าศึกเข้ามาช่วยได้ทันภายใน ยี่สิบนาทีแน่..

เหล่าจักรกลสังหารเห็นศัตรูทั้งห้าคุกเข่าลงรอบนายทัพทั้งสอง ก็คิดว่ามันคงจะขอร้องชีวิต แต่ความปราณีเป็นสิ่งที่มันไม่รู้จัก รู้แต่เพียงถูกโปรแกรมมาเพื่อฆ่าและฆ่าเท่านั้น จักรกลทุกตัวที่ล้อมอยู่จึงกรูกันเข้าไปใช้อาวุธฟาดใส่โดยมุ่งหมายเอาชีวิตของเหยื่อทั้งเจ็ด
แต่ไม่น่าเชื่อแม้โลหะที่ใช้สร้างเป็นอาวุธของจักรกลสังหารจะมีความแข็งแกร่งยิ่งยวดหาโลหะใดๆในจักรวาลทั้งหลายเทียบได้ แต่เมื่อกระทบกับ
มนตราพิทักษ์ของทหารทั้งห้าที่พลีชีพเพื่อคุ้มครองพระราชา กลับไม่สามารถทำอะไรได้

"พวกแกหลบไป.." เสียงกระหึ่มทุ้มชวนขนลุกดังมาจากด้านหลังของเหล่าจักรกลสังหารที่กำลังยืนงงงวยต่อภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า เมื่อได้ยินเสียงต่างพากันวิ่งหลบอย่างรวดเร็วเหมือนจะหนีตายอะไรบางอย่าง

วิ้งงงง วิ้งงงง วืดดด ซุมมมมมม ลำแสงสีเขียวพุ่งฝ่าจักรกลสังหารที่หลบไม่ทัน จนลำตัวขาดและสลายไปพร้อมแสงที่โดนเข้าอย่างจัง ลำแสงพุ่งตรงกระทบกับโดมพลังของหน่วยพิทักษ์ทั้งห้าที่สละชีพเพื่อปกป้อง แม้จะสร้างจากพลังศักดิ์สิทธิ์ของหน่วยที่มีพลังป้องกันแข็งแกร่งที่สุดในกองทัพศักดิ์สิทธิ์ แต่ก้ไม่น่าเชื่ออีกว่าคลื่นแสงสีเขียวที่ถูกยิงมาจากป้อมปืนรูปร่างประหลาดขนาดยักษ์ ของจักรกลตนหนึ่งนั้น สามารถสร้างรอยปริร้าวให้กับโดมพลังได้!!!
รอยปริร้าวเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่พลังชีวิตของหน่วยพิทักษ์ทั้งห้ากำลังจะดับลงพร้อมกับวาระสุดท้ายของเผ่าศักดิ์สิทธิ์อย่างช้าๆ..

to be contunue...

Last edited by myperception (2007-01-13 18:38:36)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#26 2007-01-13 18:44:02

tangzlol
สมาชิก
From: chachengsao
Registered: 2006-10-11
Posts: 400
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

โอ้ ต่อตอนต่อไป ไวๆ น้า


|  Accrecia |     LV     |   Class    |  Anti W32/Grean.N
|  [T]anGz   |    4X    |  Assaulter|http://images.torrentmove.com/ib/banner.gif
http://i83.photobucket.com/albums/j313/ihasus/signature/tang.jpghttp://www.alice.in.th/SLIF/_upload/alicesig/Beshingo.jpg

Offline

 

#27 2007-01-13 20:18:30

murhroom
สมาชิก
From: ลานจอด Airship
Registered: 2006-10-16
Posts: 551

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ปูเสื่อรอครับ smile


http://cache.www.gametracker.com/player_info/61.19.246.49:28960/155297948/banner_560x95.png

Offline

 

#28 2007-01-13 20:33:41

geminus
Banned
Registered: 2006-10-02
Posts: 885

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

จำนวนน้อยกว่า เพราะ cora ไม่ขยัน ปั๊มเด็กอะจิ
ผม ว่า ลูกครึ่งน่าจะเก่งนะครับ ใช้ เวท holy กับ dark ได้ หึหึหึหึหึ

สาวๆ cora คนไหนสนใจเป่า งุงิ

Last edited by geminus (2007-01-13 20:42:29)


MAU - Massive Armor Unit
Guide : Easy to be Armor Rider
การกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะได้ผล 2 ด้าน ทั้งดีและไม่ดี ก่อนที่จะทำอะไร ขอให้คิดให้รอบคอบ

Offline

 

#29 2007-01-15 00:27:37

KookGo
สมาชิก
From: What time is it now**2PM**
Registered: 2006-10-09
Posts: 307

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

กี๊สสสสสสสส!!!!
เอาอีกๆๆ รีบๆมาอัพเลยค่ะ

ปล.rep บนหาแฟน....เด๋วส่ง Hammie ไปให้ งุงิ


http://i149.photobucket.com/albums/s71/KookGo/123copy.jpg

Offline

 

#30 2007-01-16 16:35:01

Hammy
สมาชิก
From: M-78
Registered: 2006-10-05
Posts: 982

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ไม่ต้องมาส่งให้หรอก

ขอแค่บอกก็โป๊ะเช๊ะ + +

ปล.อ๊ะ ม่ายกล้านอกจายป้าหรอก ><
ปล2.ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า ป้า

Offline

 

#31 2007-01-16 18:10:23

SilentAngelR
สมาชิก
Registered: 2006-11-08
Posts: 517

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

อุ้ยแสงแยงตา
http://galerie.anime-miako.to/albums/userpics/10031/normal_20040503_506_Yukirin18.jpg


เข้าใจความรู้สึก admin จริงๆ แฮะ กับการเป็นประธานทำข้อตกลงต่างๆ
อย่าเข้าไปยุ่งมากจะดีกว่าครับ ผมถอนตัวออกมาทันโดนลุกหลง
แต่ท่าน admin นี่โดนเต็มๆ น่าเห็นใจ

Offline

 

#32 2007-01-16 19:07:44

isenheart
สมาชิก
Registered: 2006-09-24
Posts: 633

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

อุ้ย แสงแยงตา จริงๆด้วย http://www.khonshop.com/images/webboard/20070114081440.gif


http://www.khonshop.com/images/webboard/20070117130012.jpg
รับปรึกษาปัญหาค่าหน่วยกิต สำหรับสาวๆ
อยู่ก็เป็นชาว Loli ตายก็เป็นผี Loli เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ Lolicon Union.

Offline

 

#33 2007-01-17 01:10:47

KookGo
สมาชิก
From: What time is it now**2PM**
Registered: 2006-10-09
Posts: 307

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

อุ้ย!!!!!
คำว่า"ป้า"แยงตา!!!!http://uppic.quick4host.com/iu/uz634.gif


http://i149.photobucket.com/albums/s71/KookGo/123copy.jpg

Offline

 

#34 2007-01-17 23:12:25

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
แสดงว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์ ยังคงอยู่ภายใต้ชื่อว่า Belleto ใช่ไหมครับ ไม่รู้ผมจะเข้าใจถูกหรือเปล่านะครับ
ตอนแรกผมคิดเล่นๆ ว่า
"Arcrecia คือเผ่าพันธุ์หุ่นยนต์ที่สร้างโดยสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์และเป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่เหลือรอดจากการทำลายล้างของมนุษย์ด้วยกันเอง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์มนุษย์คนนี้ได้หลบหนีออกจากโลกมาและค้นพบดาวเคราะห์ที่มีสภาวะเหมาะสมกับการดำรงอยู่และอารยธรรมใหม่ อารยธรรมหุ่นยนต์ซึ่งสร้างโดยนักวิทยาศาสตร์มนุษย์คนสุดท้ายคนนี้ พอบุคคลนี้ได้เสียชีวิตลง เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ถึงกาลอวสาน และก็เหลือเพียงหุ่นยนต์ที่สร้างกันเองจนเป็นอีกอารยธรรมหนึ่ง The Arcrecia Empire "

Offline

 

#35 2007-01-21 17:51:54

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

EP:07 ภารกิจเลือด

แกร้ง..แกร้ง..แกร้ง.. เสียงฝีเท้าดังขึ้นเมื่อกระทบกับพื้นเย็นเฉียบที่ทำจากโลหะหนาสองเมตร เสียงหยุดลงเมื่อเจ้าของฝีเท้าหยุดที่หน้าประตูกลทางเข้าแห่งหนึ่ง

"โปรดระบุรหัสประจำตัวของท่าน" เสียงทุ้มแปล่งๆดังขึ้นจากลำโพงของระบบรักษาความปลอดภัยที่ประตูทางเข้า

"AS450008s" ผู้มาเยือนเปล่งเสียงตอบกลับ

"โปรดแสดงหลักฐานยืนยันตัวตน" เสียงอัตโนมัติดังขึ้นอีกครั้ง

เจ้าของเลขรหัสนำมือขวาวางทาบ ที่แท่นโลหะทรงสูงข้างๆประตูกล เกิดแสงวูบขึ้นมาชั่วขณะที่บริเวณมือที่สัมผัสกับแท่น

"รหัสถูกต้อง เชิญผ่านค่ะ.." สิ้นเสียงประตูกลเลื่อนวืดออกจากกันไปทางด้านข้าง

เบื้องหลังประตูกล มีอมนุษย์ผู้หนึ่งยืนรออยู่ รูปร่างของมันดูสูงโปร่ง ลำตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าดูเหมือนใส่เกราะโลหะสีเขียวแกมเงินมันปลาบ
"AS450008s ใช่หรือไม่เรากำลังรอเจ้าอยู่พอดีเชิญตามมาทางนี้" อมนุษย์เกราะโลหะเขียวเดินนำทางผู้มาเยือนเข้าสู่ทางเดินคนเคี้ยวแคบๆ ณ ศูนย์แห่งนี้ ภายในศูนย์ปฏิบัติการพิเศษมีพื้นที่ขนาดมหึมาที่สามารถบรรจุจักรกลได้เป็นแสนๆตน เมื่อมองขึ้นด้านบน เป็นโดมกลมทรงสูงขนาดมหึมา
และดูเหมือนเต็มไปด้วยเครื่องจักรอิเลคโทรนิคและสายไฟระโยงระยางเต็มไปหมด ภายในโดมแห่งนี้มีด้วยกันสิบชั้น แต่ละชั้นจะสร้างยื่นออกมากำแพงโดม โดยเว้นพื้นที่ตรงกลางเอาไว้ แลดูเหมือนระเบียงชั้นลอย โดยมีเจ้าหน้าเทคนิคที่ประจำชั้นต่างๆกำลังป้อนข้อมูลอะไรบางอย่างกับเครื่องมืออิเลคโทรนิคตรงหน้า บางตนก้อกำลังสั่งการผ่านเครื่องมือคล้ายหูฟังและไมโครโฟนขนาดเล็ก บางตนกำลังขมั่กขเม่นกับการเชื่อมต่อปลั๊กไฟเข้ากับผนังกำแพง

"ท่านนายพล Zealot   หมายเลข AS450008s มารายงานตัวแล้วค่ะ" จักรกลเกราะสีเขียวรูปร่างเพรียวรายงานเมื่อเจ้าตัวและAS450008s อยู่ต่อหน้าห้องประชุมห้องหนึ่ง

"เชิญเข้ามาได้" สิ้นเสียงนายพล ประตูกลของห้องประชุมขนาดเล็กเลื่อนเปิดออกเหมือนประตูทางเข้า

"AS450008s อืม..มีรหัส s ต่อท้ายเจ้าคือหนึ่งในมือดีที่สุดของหน่วยสินะ  เครื่องรุ่น R487 สังเคราะห์เมื่อปี Ac 4586 ระบบประมวลผล hybride bio-m02!! บุตรีแห่งนายพล Solar !! ว้าวจริงๆแล้วเจ้าน่าจะอยู่ในตำแหน่งสำคัญของสภาสูงนี่ทำไมถึงมาอยู่หน่วยระดับปฏิบัติการได้ล่ะ.." นายพล Zealot ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้บังคับบัญชาชั้นสูง แห่งกองทัพจักรวรรดิ์จักรกล ณ ดาว Cora เอ่ยถามอย่างสนใจ

"..........." ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากเจ้าของหมายเลข AS450008s

"เอาเถอะข้าก้อไม่อยากซักอะไรมากนักหรอกเห็นแก่ที่เจ้าเป็นบุตรบุญธรรมของท่าน Solar หรอกนะข้าจะไม่เอาโทษทางวินับแก่เจ้า Solaris.."

"งานในครั้งนี้เป้าหมายคือ รัชทายาทเพียงองค์เดียวของกษัตร์ Coronian 13 ของ Cora อย่าให้พลาดเชียวล่ะ เดี๋ยว Gremate จะเป็นผู้ประสานงานให้แก่เจ้าอีกที งานนี้เจ้าต้องมีทีม ซึ่งข้าได้เลือกไว้ให้แล้..."

"!!ข้าทำงานเพียงลำพังเท่านั้น..หากไม่แล้วเชิญท่านเรียกตัวคนอื่นมาทำแทนเถอะ!!" Solaris เอ่ยตัดบท

"นน..นี่เจ้า !!!" นายพล Zealot สบถ เพราะไม่มีใครกล้าเคยขัดคำสั่งเขาแม้แต่น้อย

แต่ Solaris กลับไม่ใส่ใจ ทำความเคารพแบบทหารแล้วหันหลังเดินไปทางประตูทันที

"ช่างเขาเถอะ Zealot แม้แต่ขนาดท่าน Solar ยังเอาไม่อยู่เลยนับประสาอะไรกับท่าน หึหึหึ" เสียงพูดแกมขำดังมาจากอีกฝั่งของโต๊ประชุมยาวที่ นายพล Zealot นั่งอยู่

"เย็นชาแบบนั้นก็จริงแต่ เธอน่ะหมายเลขหนึ่งของหน่วยลอบสังหารเชียวนะ ที่สำคัญยังไม่เคยมีงานไหนที่พลาดซักครั้ง แม้จะทำด้วยตัวคนเดียวก็ตาม.."
เสียงนั้นยังกล่าวตอบมา

"ในเมื่อท่านเองก็ตัดสินใจเช่นนี้เราก็ให้เจ้าหล่อนเป็นคนจัดการก็แล้วกัน ว่าแต่..ท่าน Solar จะไม่.." นายพลZealot เอ่ย

"เชื่อมือข้าเถิดสหาย งานนี้ข้าจัดการให้เอง หึหึหึ" เสียงตอบกลับมาจากอมนุษย์จักรกล ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของนายพล Zealot นัยย์ตาของมันสีเขียวเรืองรองสั่นไหวในความมืดของห้องประขุม แลดูเหมือนอสรพิษที่พร้อมจะฉกเหยื่ออยู่ตลอดเวลา

....ยังเหลือเวลาอีก 5 ชั่วโมงที่การปฏิบัติการจะเริ่มขึ้น ใน ขณะที่ฝ่ายเทคนิคจัดเตรียม อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานขนาดเล็กเพื่อใช้เตรียมการไล่ล่าสังหาร รัชทายาท แห่ง Coronian 13 ....


Solaris ปีนขึ้นไปที่ดาดฟ้าของหอพักพลทหาร เจ้าตัวนั่งลงที่ขอบระเบียงเพ่งไปที่ท้องฟ้า ที่มีหมู่ดาวนับล้าน ส่องแสงเจิดจรัส ระยิบระยับ ชวนหลงไหล พลางคิดหวนถึงความทรงจำบางสิ่ง เธอนั่งนิ่งอยู่ในห้วงความคิดเช่นนั้น... ภายใต้อ้อมกอดแห่งราตรีกาลและลมหนาวอันนิรันดร์...

PS:เนื่องจากเจ้าที่จะปิดปรับปรุง Server 1-2วัน ดังนั้นหากเข้าเว็บบอร์ดไม่ได้เราจะเข้าไปแปะตอนใหม่ที่เด็กดีนะใครเซ็งๆว่างๆไม่มีอะไรทำอยากอ่านนิยายไร้สาระของเราก้อเชิญได้จ้า lol

Last edited by myperception (2007-01-21 18:10:50)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#36 2007-01-21 18:09:19

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

เย้ ตอนใหม่

ว่าแต่... อัพรับปิดเซิฟหรอจ๊ะ ^^"


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

#37 2007-01-21 18:16:19

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
เย้ ได้อ่านตอนใหม่แล้ว o040

Offline

 

#38 2007-01-21 18:34:08

KookGo
สมาชิก
From: What time is it now**2PM**
Registered: 2006-10-09
Posts: 307

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ตอนใหม่มาแว้วววววววว!!!!!!
เล่นเกมส์ไม่ได้ ก็ยังดีที่มี fic ให้อ่าน  o061


http://i149.photobucket.com/albums/s71/KookGo/123copy.jpg

Offline

 

#39 2007-01-21 18:52:17

ZunderZa
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 392

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

- -        Acc มาบุก Acc ขยายอำนาจ ไม่เห้นมีเนื้อเรื่อง ฝ่าย Acc เลย

แล้ว มัน มาขยายอำนาจได้ไง


Acc  l RII Lv. 50
ข้อมูล : come form star wars

กลับมาเล่น อีกครั้ง และ อีกครั้ง

Offline

 

#40 2007-01-21 22:07:29

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

EP:08 ความทรงจำ

"พ่อจ๋าา!! แม่จ๋าา!! พ่อ..แม่...อยู่ไหน....หหนู..กลัว..แง.ฮือ..ฮือออ"
ภาพเด็กหญิงผมแกละสีบลอนด์ ในมือข้างหนึ่งถือตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวย่อม ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่แก้มน้อยๆ พลางเรียกหาพ่อและแม่ ตามซากปรักหักพังของถนนหนทางที่เมื่อก่อนสภาพของมันมิได้เป็นเช่นนี้....

ในปี x3333 แห่งดาวเคราะห์สีน้ำเงิน มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มากมาย ภายใต้การปกครองของมนุษย์ สัตว์ผู้ยกย่องตนว่าประเสริฐกว่าชีวิตใดๆในดาวที่ตนเรียกว่า ..โลก...

ในปีนั้นเองสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้มีมติให้มีการทดสอบโครงการทางวิศวะกรรมที่เรียกว่า "ความหวังแห่งอนาคต" เนื่องจากสภาพการณ์ในปัจุบัน ชั้นบรรยากาศของโลกได้ลดน้อยลงอย่างมาก จนในบางพื้นที่ไม่สามารถมีสิ่งมีชีวิตใดๆอาศัยอยู่ได้ โครงการนี้เป็นความร่วมมือของหลายประเทศมหาอำนาจ ที่คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ขนาดยักษ์เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันรังสีจากดาวฤกษ์ที่เรียกว่า..ดวงอาทิตย์
ซึ่งให้ทั้งคุณและโทษกับทุกสรรพชีวิตในดาวเคราะห์แห่งนี้ แต่เนื่องจากความโลภของเหล่ามนุษย์ ที่เผาผลาญและทำลายสมดุลแห่งธรรมชาติ จนชั้นบรรยากาศที่เคยมีไว้ปกป้องจากรังสีอันตรายจากดวงอาทิตย์ค่อยๆเลือนหายไป จนอยู่ในวิกฤตเช่นปัจจุบัน

"เปิดระบบที่โซน3 พลังงานระดับ 5"
"โซน3 สภาพสมบูรณ์ พร้อมครับ!"

"เปิดระบบที่โซน4 พลังงานระดับ5"
"โซน4 สภาพสมบูรณ์ ทุกอย่างโอเค!"
เสียงวุ่นวายของวิศวะกรณ์และเจ้าหน้าที่เทคนิคดังเป็นระยะเพื่อเชคสภาพความพร้อมก่อนเดินระบบ

"เอาล่ะเรามาเริ่มนับถอยหลังและฉลองให้กับอนาคตของโลกกันเถอะ" ประธานาธิปดีหนึ่งในสภาความมั่นคงโลก กล่าวกับท่านผู้มีเกียรติที่ร่วมงานเปิดระบบในครั้งนี้

"5   4    3    2   1" เสียงกระหึ่มของเหลาแขกผู้มีเกียรติและกองทัพสื่อมวลชนจากทั่วโลกนับถอยหลังพร้อมกัน
"เปิดระบบเต็มสภาพได้" เสียงของหัวหน้าวิศวะกรผู้คุมงานสั่งการ ลูกน้อง ทันที่ที่กดสวิตท์ เพื่อเปิดระบบทั้งหมด เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!!

"หวออออ หวออออ หวอออ" สัญญาณไซเรนฉุกเฉินกรีดร้องแข่งกับเสียงฝูงชนผู้ตะโกนร้องด้วยความตกใจ

"ท่านครับ...ระบบทำงานผิดพลาดครับ"
"พลังงานจ่ายเยอะเกินไป...ให้ตายเถอะ...พระเจ้ามันเป็นไปได้ยังไง"
"ท่านครับระบบตัดกำลังจ่ายพลังงานไม่ทำงาน....."

"ลองใช้แมนนวลซิ..ทีมเอไปที่หม้อแปลงจ่ายพลังงานสับสวิตปิดให้หมด"
"รับทราบ!!"

"ท่านครับไม่ทันแล้ว!!! เครื่องเกราะสะท้อนรังสียิงรังสีแกมม่าซีอีมากไป..มันกำลังทำลายชั้นโอโซน ครับ!!"

"ไม่!?!!เป็นไปไม่ได้" เสียงวุ่นวายดังอึกทึกทั้งจากช่างเทคนิค วิศวะกร และนักวิทยาศาสตร์"

"ท่านประธานาธิปดี กระผมคิดว่าเราควรเร่งอพยพผู้คนหลบรังสีก่อนที่มันจะเผาเราทั้งหมดนะครับ" เสียงแนะนำจากนักวิทยาศาสตร์ผู้คุมโครงการ
"สั่งการลงไปอพยพผู้คนในโซนนี้ทั้งหมด ให้ไปประเทศเพื่อนบ้านและให้หลบในบ้านอย่าออกนอกบ้านเด็ดขาด" ประธานาธิปดีประเทศมหาอำนาจผู้เป็นต้นคิดให้ดพเนินโครงการนี้สั่งแก่ลูกน้องให้เร่งอพยพจากสถาณการ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น

"ท่านครับในโซนอื่นๆเครื่องก็ทไงานผิดปกติครับท่าน!!"

ชั้นบรรยากาศสลายตัวอย่างรวดเร็ว และเมื่อปราศจากโล่คุ้มภัย รังสีจากดวงอาทิตย์แผดเผาทำลายทุกอย่างจนสิ้น นานาประเทศต่างพาผู้คนอพยพลงสู่ใต้ดิน ในทุกประเทสเกิดการจารจน ป้นชิงและทำลายข้าวของขึ้น ถนนหนทางถูกทำลายเพราะเหตุวินาศกรรมจากผู้ไม่พอใจในรัฐบาลตนกับโครงการสิ้นคิด

เด็กน้อยผมแกละสีบลอนด์ผู้น่าสงสาร อนิจจาพ่อแม่ของเธอได้ตายลงในเหตุวินาศกรรมเสียแล้ว เธอได้ถูกบุรุษนิรนามช่วยชีวิตไว้โดยพาลี้ภัยจากแสงมฤตยู
หนีลงไปถ้ำใต้ดินที่รัฐบาลกลางจัดเตรียมไว้ให้

อีกสิบปีหลังจากนั้น....
ทุกอารยธรรมบนพื้นพิภพได้จบลงอย่างสิ้นเชิง มนุษย์อาศัยอยู่ได้เพียงใต้ดิน แต่ก็เกิดการขาดแคลนอาหารจนฆ่าแกงแย่งชิงกันขึ้น จนมีผู้ค้นภพแร่ชนิดหนึ่งในใต้พิภพ ซึ่งมีความแข็งแกร่งและสามารถทนรังสีได้ แต่ไม่อาจทนได้เป็นระยะเวลานานพอที่จะใช้อาศัยอยู่บนพื้นดินได้
นักวิทยาศาสตร์ทางแมคคานิคจึงได้สร้างหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลจากแร่ลึกลับที่ค้นพบนี้ขึ้นมา

มันถูกนำไปหาสำรวจแหล่งที่ปลอดภัยสำหรับการอยู่อาศัยและทำงานให้กับมนุษย์ที่อยู่ใต้ดิน แต่ด้วยระบบควบคุมทางไกลไม่สามารถสั่งการได้ในระยไกล
มนุษย์จึงได้พยายามประดิษฐปัญญาเทียมขึ้นมา เพื่อให้มันคิดและทำงานตามโปรแกรมได้โดยปราศจากการบังคับ

ในไม่นานนักอารยธรรมบนพื้นพิภพได้เริ่มกลับฟื้นฟูอีกครั้ง เมื่อมีการทดลองเกราะป้องกันรังสีมฤตยูได้สำเร็จในที่สุด...

ปี x3353 ความรุ่งเรืองทางอารยธรรมของมนุษย์ได้กลับมาอีกครั้ง ภายใต้การรับใช้ของจักรกลปัญญาประดิษฐ์ แต่มนุษย์ก็ไม่เคยหยุดในความปราถนาที่จะพยายามเอาชนะธรรมชาติไปได้
เนื่องจากในปัจจุบันเพราะสภาวะอากาศที่เริ่มเป็นพิษและรังสีมฤตยูภายนอกโดมป้องกันรังสี ทำให้อายุไขเฉลี่ยของมนุษย์โลก ลดลงอย่างรวดเร็ว
แม้วิศวกรรมชีวภาพจะก้าวหน้าเพียงไรก็ไม่อาจฝืนกฏของธรรมชาติไปได้ การทดลองต้องห้ามพิลึกพิลั่นจึงได้บังเกิดขึ้น!!!

ศาตราจารย์ ฟินิคัส ได้ทำการสร้างจักรกลชีวิภาพขึ้นสำเร็จเป็นครั้งแรกในโลก โดยได้รวมเอาระบบขับเคลื่อนของจักรกลเชื่อมต่อกับระบบประสาทจำลอง
ที่เลียนแบบมนุษย์ และเขาได้นำเอาสมองของภรรยาที่ใกล้จะตายเพราะมลภาวะจากสภาพแวดล้อม ใส่เข้าไปใน สิ่งประดิษฐ์ของเขา
ไม่น่าเชื่อว่ามันเป็นผลสำเร็จ!!! ภรรยาของเขาภายใต้ร่างจักรกลที่เลียนแบบมนุษย์ จากผลการทดลองนี้ทำให้มนุษย์เกิดความหวังที่จะอยู่เป็นอมตะขึ้น
เริ่มจากญาติผู้ป่วยที่ร่างกายเป็นอมพาตแต่สมองยังสั่งการได้นำสมองมาให้ ศ.ฟินิคัส ช่วยสร้างร่างอมตะให้ และได้แผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว

ในเวลาไม่นานมีทั้งผู้เห็นด้วยและคัดค้าน โดยผู้คัดค้านกล่าวอ้างว่าเป็นผลงานของปีศาจร้าย ในขณะที่ผู้สนับสนุน กลับกล่าวว่าเป็นงานชิ้นเอกของพระเจ้า
ความขัดแย้งทวีความรุนแรงจนในที่สุดเกิดสงครามของเผ่าพันธ์เดียวกัน แต่คนละร่างกาย..ขึ้น ผลปรากฏกองทัพจักรกลชีวภาพได้ชัยชนะเพราะร่างกายที่แข็งแกร่ง
เผ่ามนุษย์แท้จึงสูญสิ้นในที่สุด
ประชากรจักรกลชีวภาพได้สถาปนาอาณาจักรแห่งเผ่าพันธ์ใหม่ในนามว่า "Accretain Empire"
โดยประชากรจักรกลชีวภาพจำนวนทั้ง 20ล้านตนนั้นเป็นชนชั้นปกครอง ส่วนจักรกลปัญญาประดิษฐ์เป็นชนชั้นแรงงานหรือทาสเพื่อรับใช้

แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก...แม้ร่างกายจักรกลชีวภาพจะมีข้อดีแต่ก็ต้องใช้พลังงานหล่อเลี้ยงเช่นกัน ไม่นานนักพลังงานที่สูบมาจากใต้พิภพในดาวเคราะห์แหงนี้ ได้เริ่มหมดลงอย่างช้าๆ

ความหวังเหลือแต่เพียง หาพลังงานใหม่... การไล่ล่าอาณานิคมในดาวเคราะห์ที่มีพลังงานใต้พิภพจึงเกิดขึ้นในที่สุด....และประวัติศาสตร์เลือดก็ได้เริ่มขึ้น..

"Unit No. AS450008s ให้ไปรายงานตัวที่ศูนย์ปฏิบัติการหมายเลข 122 ย้ำ..."
"เฮือกก!" Solaris ตื่นจากภวังค์ฝันร้ายที่เธอฝันมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดชีวิตของเธอ แต่ก็เป็นเวลากว่า 200ปีแล้วที่มันไม่เคยโผล่มารบกวนเธอเลย จนในตอนนี้... แม้ว่าจะเป็นจักรกลแต่เธอคือจักรกลชีวภาพที่สมองของเธอนั้นคือมนุษย์ธรรมดานั่นเอง จึงยังคงมีความทรงจำและฝันร้ายเฉกเช่น
สิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อทั่วไป

"นานเท่าไหร่แล้วคะคุณพ่อคุณแม่..รออีกหน่อยนะคะ....หนูจะตามไป....." Solaris คิดพลันถีบตัวขึ้นและรีบวิ่งไปที่ศูนย์ปฏิบัติการตามคำสั่ง..ในไม่ช้าการไล่ล่ากำลังจะเริ่มขึ้น...

to be continue...

Last edited by myperception (2007-01-22 08:36:01)


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#41 2007-01-21 22:13:26

Boss2919
สมาชิก
From: In Your Heart
Registered: 2006-10-18
Posts: 239

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ตา Leo เว็ป dek-d อ่ะ โพสทีละตอนจิ 2-3 อาทิด หรือ 1 เดือน ครั้ง ลูกเล่น อ่ะ


Name : VaLeNtA   lv 4x
ผมไม่รู้ ผมไม่สน ผมมันคนจน ผมขอซะคน ที่ ตามใจตนเอง
จากกลุ่มผู้ก็การร้าย 1 ใน อดีต gogo  ranger
http://i83.photobucket.com/albums/j313/ihasus/signature/Valenta03.jpg

Offline

 

#42 2007-01-21 22:31:34

Stormtroper
ACCRETIAS MERCENARY STRIKER
From: Banned
Registered: 2007-01-14
Posts: 775

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

สวัสดีครับ
แสดงว่า เด็กหญิงผมแกละสีบรอนด์ คือ Solaris สมัยเด็กนี่เอง o001

Offline

 

#43 2007-01-21 22:49:05

taylor
Don't call me shirley
Registered: 2006-11-20
Posts: 397

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ต่ออีกๆๆๆๆ อย่าหยุดกลางคัน แบบนี้ต้องประท้วงงงงงงง ^0^


http://img229.imageshack.us/img229/4731/thrfworldmapfx5.jpg

Offline

 

#44 2007-01-21 22:49:28

ZunderZa
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 392

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

โอ๊วววว  เยี่ยม   มี Acc แล้ว  o010

เป็นกำลังใจให้ค๊าบ o020


Acc  l RII Lv. 50
ข้อมูล : come form star wars

กลับมาเล่น อีกครั้ง และ อีกครั้ง

Offline

 

#45 2007-01-21 23:07:24

KookGo
สมาชิก
From: What time is it now**2PM**
Registered: 2006-10-09
Posts: 307

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

โอ้ววววว
เพิ่งอ่านเสร็จไป กลับเข้ามาก็ได้อ่านตอนใหม่อีก อิอิ


http://i149.photobucket.com/albums/s71/KookGo/123copy.jpg

Offline

 

#46 2007-01-21 23:09:35

ZunderZa
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 392

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ว่างๆ งี้ ท่าน เขียน มาเรื่อยๆ เลย นะครับ อ่านแล้ว มันอยากกอ่านอีก


Acc  l RII Lv. 50
ข้อมูล : come form star wars

กลับมาเล่น อีกครั้ง และ อีกครั้ง

Offline

 

#47 2007-01-21 23:42:53

linz
สมาชิก
From: สิงตามเสาเหมือง
Registered: 2006-11-10
Posts: 700

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

บรอนด์ น่าจะเป็น บลอนด์ หรือเปล่า?

เหมือนรีบพิมพ์ เลยมีคำผิดเยอะอยู่อะจ๊ะ

อย่างเช่น ประธานาธิปดีย์ กะ ประธานาธิปดี >> ประธานาธิบดี

สถานการ์ >> สถานการณ์

สู้ๆจ้า อยากอ่านฉากที่เกิดในเบลไวๆจังน่าจะถึงตอนสนุกพอดี คำผิดจะแก้ไม่แก้ก็ได้จ๊ะถ้าว่างๆก็ลองอิดิตซักที (แต่แต่งตอนใมห่จะน่ารักที่สุด)


Cora - lunaray / LunariS
http://www.khonshop.com/images/webboard/20070109084303.jpg

Offline

 

#48 2007-01-22 06:59:53

myperception
สมาชิก
From: ร้านขายเศษเหล็ก
Registered: 2006-11-10
Posts: 493
Website

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

ขอบคุณเน่ที่ช่วยแก้คำผิดจ้า และขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจและติดตามอิอิ


http://img375.imageshack.us/img375/1821/mysignkl4.gif
คติประจำใจ: ใครดีเราดีตอบ ใครไม่ชอบเราไม่สน ใครเลวเราจะชน กัดไม่สนกัดให้ตาย |  สังกัด:S.A.A.D | RF Fiction

Offline

 

#49 2007-01-22 07:01:51

ZunderZa
สมาชิก
Registered: 2006-10-19
Posts: 392

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

linz wrote:

บรอนด์ น่าจะเป็น บลอนด์ หรือเปล่า?

เหมือนรีบพิมพ์ เลยมีคำผิดเยอะอยู่อะจ๊ะ

อย่างเช่น ประธานาธิปดีย์ กะ ประธานาธิปดี >> ประธานาธิบดี

สถานการ์ >> สถานการณ์

สู้ๆจ้า อยากอ่านฉากที่เกิดในเบลไวๆจังน่าจะถึงตอนสนุกพอดี คำผิดจะแก้ไม่แก้ก็ได้จ๊ะถ้าว่างๆก็ลองอิดิตซักที (แต่แต่งตอนใมห่จะน่ารักที่สุด)

เหอะๆ เริ่ม ติด เชื่อ พิมพ์ ผิด แล้ว ท่าน  อิอิ   ต้อง  ตอนใหม่ ไม่ใช่ ตอนใมห่    เหอๆ(o022)


Acc  l RII Lv. 50
ข้อมูล : come form star wars

กลับมาเล่น อีกครั้ง และ อีกครั้ง

Offline

 

#50 2007-01-22 07:39:37

geminus
Banned
Registered: 2006-10-02
Posts: 885

Re: RF Fiction : Wind of Destiny

หวอ ออก แย้วววว ฮู่เร่~~~


MAU - Massive Armor Unit
Guide : Easy to be Armor Rider
การกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะได้ผล 2 ด้าน ทั้งดีและไม่ดี ก่อนที่จะทำอะไร ขอให้คิดให้รอบคอบ

Offline

 

Board footer

Powered by PunBB
© Copyright 2002–2005 Rickard Andersson